แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผู้สอนยุค ICT แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผู้สอนยุค ICT แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561

ผลการพัฒนาเว็บบล็อกประกอบการจัดการเรียนรู้ นักศึกษาสาขาคอมพิวเตอร์ศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา

กิจกรรมงานมอบหมายในระบบอีเลิร์นนิ่ง เพื่อให้ส่งเว็บบล็อก
การจัดการเรียนรู้สำหรับนักศึกษาในยุค Gen I (Internet Generation) ที่ใช้เวลาส่วนใหญ่กับการเปิดเว็บไซต์ด้วย Notebook เข้าถึงแอฟพลิเคชั่น (Application) ผ่าน Smart Phone ด้วยช่องทางการเชื่อมต่อทุกๆ อย่างผ่านอินเทอร์เน็ต เน้นการเข้าถึง ดูภาพ หรือกวาดสายตาดูข้อมูลหรือสารสนเทศด้วยความรวดเร็ว นักศึกษาในยุคนี้ จึงมักขาดทักษะการฟัง การอ่าน และการสรุปความ และที่สำคัญคือ "ทักษะการเขียนอย่างเป็นทางการ"  แม้กระทั่ง ทักษะเบื้องต้นในการใช้คอมพิวเตอร์อย่างมืออาชีพ ทักษะการพิมพ์ดีดแบบสัมผัส ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการทำงานในยุคปัจจุบันที่เน้นการใช้ไอซีที ความรวดเร็วในการปฏิบัติงาน การแข่งขันในการดำเนินงานขององค์กร
สร้างเวทีให้นักศึกษาได้มีโอกาสนำเสนอ ลงมือปฏิบัติ สร้างชิ้นงาน
   ดังนั้น การจัดการเรียนรู้ในรายวิชา การจัดการสารสนเทศด้านการศึกษา หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ. 5 ปี) สาขาคอมพิวเตอร์ศึกษาคณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา จึงนำเครื่องมือจัดการเรียนรู้ที่สำคัญ (นักศึกษาไทยกลับไม่ค่อยนิยมนำมาใช้ ในการเผยแพร่สารสนเทศ) คือ Weblog โดยใช้เครื่องมือของ Google (http://www.blogger.com or http://www.blogspot.com)  โดยจัดเป็นกิจกรรมหนึ่งของการเรียนในรายวิชาไว้ในระบบอีเลิร์นนิ่ง (http://elearning.yru.ac.th) กำหนดเป็นงานมอบหมาย (Assignment)  ให้นักศึกษาทุกคนมีเว็บบล็อก สำหรับการบันทึกผลการเรียนรู้แต่ละครั้ง และเผยแพร่ไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ไปยังชุมชนของรายวิชาในเครือข่ายสังคมออนไลน์ใน Google+ (https://plus.google.com/u/0/communities/107503200208618731454)  ทั้งนี้ เพื่อฝึกทักษะทั้งการฟัง การเขียน การอ่าน การเผยแพร่สารสนเทศผ่านเครื่องมือสนับสนุนทักษะในศตวรรษที่ 21 ที่สำคัญคือ ฝึกลักษณะนิสัยความรับผิดชอบต่อการเรียนรู้ของตนเองได้อีกด้วย




วันพุธที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ชมรมนักศึกษา: รูปแบบการบูรณาการการเรียนรู้ ประสบการณ์ในชั้นเรียนกับการบริการสังคม

 
ภาพเพิ่มเติม...
   บทบาทและหน้าที่ผู้สอนและหลักสูตรการจัดการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้ในปัจจุบัน นอกจาก มีหลักสูตรและผู้สอนดำเนินการสอนตามหลักสูตรเพื่อให้ได้ปริญญาบัตรแล้ว คำถามที่สำคัญก็คือ ผู้เรียนสำเร็จการศึกษาจากหลักสูตรแล้วทำอะไรได้บ้าง ทำอะไรเป็นบ้าง สามารถออกไปประกอบอาชีพอะไรได้บ้าง ซึ่งในอนาคตบัณฑิตรุ่นใหม่ในยุค Thailand 4.0  มีทางเลือกที่จะประกอบอาชีพหลายๆ อย่างพร้อมกันได้ โดยอาศัยอินเทอร์เน็ตและเครือข่ายในสังคมออนไลน์ต่างๆ รวมทั้งที่สำคัญที่สุดคือ ทักษะไอซีทีขั้นสูง ที่จะเลือกสร้างสรรค์และนำเสนอสาระหรือผลิตภัณฑ์ในโลกของอินเทอร์เน็ต ไม่ได้เป็นเพียงผู้ใช้เพียงฝ่ายเดียว แต่ควรเป็นผู้สร้างและสร้างมูลค่าจากโลกอินเทอร์เน็ตได้
    มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา (http://www.yru.ac.th) ได้ปรับกระบวนการจัดการเรียนรู้ในทุกหลักสูตรให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ปัจจุบัน โดยกำหนดลักษณะบัณฑิตต้องเป็นบัณฑิต "นักปฏิบัติมืออาชีพ" ที่ต้องแสดงพฤติกรรมการปฏิบัติได้ ผสมผสานทั้ง Soft Skill (ทักษะจำเป็นในศตวรรษที่ 21 เช่น ภาษาอังกฤษ ทักษะไอซีที และ Hard Skill ในศาสตร์ที่เรียน) สำหรับการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาของสาขาคอมพิวเตอร์ (ค.บ. 5 ปี) ใช้กลไกการพัฒนาผ่านการดำเนินงานของทีมในลักษณะของการตั้งเป็นชมรม คือ "ชมรมคอมพิวเตอร์จิตอาสา" (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม http://yrucomputer.blogspot.com/?m=0 ) เพื่อให้นักศึกษาและสมาชิกในชมรม ได้ลงมือปฏิบัติจริง ให้ทุกคนมีโอกาสเรียนรู้ทักษะนุ่ม (Soft Skill) เพื่อสร้างโอกาสในการทำงานในอนาคต เช่น ทักษะการติดต่อสื่อสาร ทักษะการนำเสนอ ทักษะการใช้ไอซีทีประยุกต์การทำงานจริง ทักษะวิเคราะห์ สังเคราะห์ การสรุปความ ซึ่งเกิดจากการนำไปใช้ในสถานการณ์ชีวิตจริง
      ในระหว่างวันที่ 21-22 ธันวาคม 2559  สมาชิกและผู้นำชมรมส่วนหนึ่ง จำนวน 20 คน ให้นักศึกษามีโอกาสเข้าร่วม "งานมหกรรมการแสดงผลงานด้านคอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่อเสริมพลังเยาวชนที่เสี่ยงต่อการค้ามนุษย์ในประเทศไทย" จัดขึ้น ณ ห้องประชุมคณะรัฐมนตรี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต จัดโดย สภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชน ในพระราชูปถัมภ์ หรือ สอ.ดย. (http://www.dordek.org) ร่วมกับบริษัทไมโครซอฟท์ ประเทศไทย และภาคีเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน พะเยา ภูเก็ต ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ซี่งได้ร่วมกันดำเนินงานมาตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2559 จัดกิจกรรมร่วมกันมาตามลำดับ ชมรมคอมพิวเตอร์จิตอาสา มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ได้รับมอบหมายเป็นองค์กรขับเคลื่อนกิจกรรมในพื้นที่จังหวัดยะลา ตั้งแต่จัดอบรมปฏิบัติการการพัฒนาครูต้นแบบเพื่อถ่ายทอดความรู้การใช้ซอฟต์แวร์ไมโครซอฟท์สร้างสื่อรณรงค์การต่อต้านการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นประเด็นปัญหาวาระของชาติ การพัฒนานักเรียนและนักศึกษาในพื้นที่ รวมทั้งการนำผลงานที่ได้ร่วมมหกรรมพัฒนาผลงานด้านคอมพิวเตอร์และสารสนเทศในครั้งนี้ด้วย โดยนำผลงานโปสเตอร์และแผ่นพับรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ที่ผ่านการคัดเลือก ร่วมจัดนิทรรศการแสดงผลงาน ร่วมเสวนาถึงผลการเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้
รับโล่เกียรติยศในนามมหาวิทยาลัย
ราชภัฏยะลา ที่สนับสนุนการพัฒนา
เยาวชนร่วมกับ สอ.ดย. และไมโครซอฟท์
ประเทศไทย รวมทั้งร่วมกับเครือข่ายภาคีการ
การพัฒนาด้านไอซีทีให้แก่เยาวชน
จากทั่วประเทศ

    ผลการเข้าร่วมกิจกรรมนอกห้องเรียนในครั้งนี้ ทำให้นักศึกษาเกิดทักษะการทำงานในสถานการณ์จริง ได้รับประสบการณ์ตรง โดยการบูรณาการระหว่างความรู้และทักษะที่ได้จากการเรียนรู้ในใช้เรียน มาปรับประยุกต์ใช้ในการทำงานในระหว่างเรียน ที่สำคัญมากๆ คือการสร้างเครือข่ายการทำงาน ซึ่งเหล่านี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของ การเรียนรู้ร่วมกับการทำงาน (Work Integrated Learning: WIL)  โดยใช้สถานการณ์ที่เป็นเหตุการณ์ (Event) เป็นกรณีศึกษา ฝึกให้นักศึกษาทำงานเป็นทีม ทำงานเชิงระบบ วางแผน (Plan: P) ลงมือปฏิบัติ (Do: D) ประเมินผล (Check: C) และนำไปปรับกระบวนการทำงาน (Action: A) ในโอกาสต่อไป
     อย่างไรก็ตาม บทบาทของอาจารย์ผู้สอนหรืออาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร ต้องนำนักศึกษาออกนอกห้องเรียนให้มากที่สุด จัดหรือสร้าง หรือหาโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมนอกชั้นเรียน ถอดบทเรียนโดยการวิเคราะห์ สังเคราะห์ นำไปประยุกต์ใช้ และประเมินผลคุณค่าของการเข้าร่วมกิจกรรมในแต่ละครั้ง ผู้สอนควรเป็นผู้จัดสถานการณ์การเรียนรู้ มีบทบาทเป็นที่ปรึกษา ผู้ชี้แนะ ผู้ลงมือปฏิบัติควรเป็นนักศึกษา ผู้สอนหาเวทีหรือโอกาสให้ผู้เรียนได้นำเสนอ สร้างแรงบันดาลใจ ความภาคภูมิใจในชิ้นงานหรือผลงานของผู้เรียน ส่งเสริมให้เป็นผู้สร้างสรรค์ จึงจะสามารถสร้าง "บัณฑิตนักปฏิบัติมืออาชีพ" ได้ในอนาคต






ภาพเพิ่มเติม...

วันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ชุมชนแลกเปลี่ยนนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู: สาขาคอมพิวเตอร์ศึกษา (ค.บ.5 ปี)

https://plus.google.com/u/0/communities/101767141028816696472 
      ในสถานการณ์ที่มีเวลาจำกัดและความไม่สะดวกในการเดินทางลงนิเทศนักศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางจากมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา จ.ยะลา ประมาณ 2 ชั่วโมง  คณะอาจารย์นิเทศจึงได้นำสื่อสังคมออนไลน์ Google+ ร่วมกับ Google App เช่น Google Slide, Google Doc, Google Drive, Google Blog (Blogger.com)  มาเป็นเครื่องมือจัดการกิจกรรมนิเทศนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ของหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ. 5 ปี) สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ (คอมพิวเตอร์ศึกษา) ซึ่งจัดการเรียนการสอนโดยสาขาคอมพิวเตอร์ โครงการจัดตั้งคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร   ร่วมกับคณะครุศาสตร์  มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา 
    โดยเฉพาะการใช้ Google+ สร้างชุมชน "ประสบการณ์วิชาชีพครูคอมพิวเตอร์ (https://plus.google.com/u/0/communities/101767141028816696472) ใช้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความรู้ และบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ของโรงเรียนหน่วยฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู
นอกจากนั้นยังเปิดให้นักศึกษาหรือผู้สนใจทั่วไปเข้าร่วมเป็นสมาชิกของชุมชน เพื่อให้ข้อเสนอแนะ
หรือแลกเปลี่ยนกับสมาชิกในชุมชนที่สร้างขึ้น
    ทั้งนี้ นักศึกษาได้ใช้ประสบการณ์จากชั้นเรียนและรายวิชา โดยเฉพาะทักษะไอซีที มาปรับประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การเตรียมความพร้อมสำหรับการนิเทศ เป้าหมายเพื่อสร้างครูคอมพิวเตอร์ ที่มีทักษะในการปรับประยุกต์ใช้ไอซีที เพื่อการประกอบวิชาชีพครูได้อย่างมีประสิทธิภาพ


วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2558

ห้องเรียนกลับทิศ ผนวกการเรียนการสอนแบบกลุ่ม ผ่านการเรียนรู้แบบผสมผสานแบบอีเลิร์นนิ่งและห้องเรียนปกติ


วิธีสอน (จัดการเรียนรู้) เปลี่ยน ผลลัพธ์เปลี่ยน ผู้สอนเปลี่ยนตัวเองก่อน จึงจะส่งผลถึงผู้เรียน

การทดลองจัดการเรียนรู้ในรายวิชา เว็บช่วยสอน (Web-based Instruction: WBI) ของหลักสูตรครุศาสตร์บัณฑิต สาขาคอมพิวเตอร์ (คอมพิวเตอร์ศึกษา) หลักสูตร 5 ปี ของสาขาคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา (โครงการจัดตั้งคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร) ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2558 ได้ทดลองจัดการเรียนการสอนโดยเน้น Teach Less Learn More, Flipped Classroom, e-Learning, Group-based Learning โดยเน้นลักษณะการการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) เพื่อเสริมทักษะการเรียนในศตวรรษที่ 21 ในทุกๆ ด้านให้แก่ผู้เรียน ซึ่งเป็นวาระสำคัญการพัฒนาคุณภาพบัณฑิตของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา
     ตัวอย่างกิจกรรมการเรียนรู้หนึ่ง ไดเแก่ กิจกรรมการเรียนการสอนโดย การมอบหมายงานกลุ่ม (Group Assignment)  สมาชิกกลุ่มละ 6 คน คละตามความสามารถของผู้เรียน) ไว้ในระบบอีเลิร์นนิ่ง (http://elearning.yru.ac.th) ให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าเนื้อหามาจากบ้าน ส่วนหนึ่งผู้สอนเตรียมเนื้อหาและทรัพยากรการเรียนเรียนไว้ในระบบอีเลิร์นนิ่ง
รายละเอียดงานมอบหมายในระบบอีเลิร์นนิ่ง
   
รายละเอียดการบ้านที่มอบหมายให้ทำในห้องเรียน
สำหรับ กิจกรรมมอบหมายงานหรือการบ้าน (Assignment) ในระบบอีเลิร์นนิ่ง ผู้สอนอธิบายขอบเขตและขั้นตอนของการปฏิบัติงาน รวมทั้งเกณฑ์การประเมินผลไว้ในระบบอีเลิร์นนิ่ง ส่งข่าวสารให้ผู้เรียนรับรู้รับทราบก่อนเข้าชั้นเรียนผ่านชุมชนการเรียนรู้ Google+ และอีเมล และให้แต่ละกลุ่มมาทำกิจกรรมในชั้นเรียน เน้นการใช้ไอซีทีเป็นเครื่องมือ โดยผู้สอนอธิบายและให้คำปรึกษาเพิ่มเติมในขณะทำกิจกรรม เมื่อทำกิจกรรมเสร็จ
    เมื่อผู้เรียนแต่ละกลุ่มทำกิจกรรมการบ้านเสร็จเรียบร้อย ให้แต่ละกลุ่มนำเสนอหน้าชั้นเรียน กลุ่มละ 15 นาที โดยทุกคนในกลุ่มตั้งมีส่วนร่วม (ฝึกฝนทักษะการนำเสนอและการใช้ภาษาไทย) ผลงานสไลด์นำเสนอให้เผยแพร่ผ่านกลุ่ม https://plus.google.com/u/0/communities/113770790066290262562 และเขียนในเว็บบล็อกของสมาชิกในกลุ่มแต่ละคนตามความสนใจ
    ข้อสังเกตเบื้องต้นจากการจัดการเรียนรู้ตามสถานการณ์ข้างต้น (17 กันยายน 2558) สังเกตเห็นพฤติกรรมของผู้เรียนที่มีความกระตือรือร้นมาก มีรอยยิ้มและมีความสุขตลอดเวลาในขณะทำกิจกรรม เกิดความสัมพันธ์และความสามัคคีระหว่างสมาชิกในกลุ่มมากขึ้น จากการคละกลุ่มที่มีสมาชิกจากผู้เรียนทุกระดับความสามารถ ต่างจากการให้ผู้เรียนเลือกกลุ่มอิสระ ผลจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในลักษณะนี้  จะได้นำมาเสนอในโอกาสต่อไป

[ติดตามดูผลงานของกลุ่มจากการทำกิจกรรมในชั้นเรียน...https://plus.google.com/u/0/communities/113770790066290262562] 



วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2558

แนวทางการใช้อีเลิร์นนิ่งและ Google App ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ทักษะในศตวรรษที่ 21

    การจัดงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติส่วนภูมิภาค โดยคณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร (มรย.) ได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้จัดขึ้นทุกปี โดยในปี พ.ศ. 2558 การจัดงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 18-20 สิงหาคม พ.ศ. 2558 ร่วมกับการจัดงาน "มรย.วิชาการ 58 คลังปัญญาชายแดนใต้สู่สากล" ซึ่งจัดงานระหว่างวันที่ 17-21 สิงหาคม 2558 ที่ผ่านมา 
             คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร จัดกิจกรรมขึ้นเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนเยาวชนให้สนใจศึกษาต่อทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องตลอดมากว่า 19 ปี ซึ่งมีกิจกรรมจัดนิทรรศการวิชาการของหลักสูตร กิจกรรมประกวดแข่งขันด้านวิชาการ โครงงาน กิจกรรมสาธิตและแสดง Science Show ซึ่งได้รับความสนใจจากโรงเรียนและประชาชนในพื้นที่ด้วยดีตลอดมา แต่มีกิจกรรมหนึ่งที่ขาดไม่ได้และมีมาอย่างต่อเนื่องกว่า 19 ปี คือ การจัดทำวารสารวิชาการเนื่องในวาระพิเศษ คือ "วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยวิทยาลัยราชภัฏยะลา" เพื่อเป็นเวทีเผยแพร่ผลงานวิชาการของอาจารย์ นักศึกษา และบุคลากร ซึ่งขณะนี้มหาวิทยาลัยฯ มีโครงการพัฒนาวารสารฉบับดังกล่าวให้เป็นวารสารวิชาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้เป็นไปเกณฑ์มาตรฐานของ TCI  โดยจะเริ่มเผยแพร่ฉบับแรกในกลางปี พ.ศ. 2559 จึงเชิญชวนนักวิจัย คณาจารย์ นักศึกษาระดับปริญญาโท และปริญญาเอก ส่งผลงานต้นฉบับร่วมตีพิมพ์ได้ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางวิชาการ โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ประยุกต์ เทคโนโลยีสารสนเทศ  คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี
          สำหรับในงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติในภูมิภาคปีนี้  ผู้เขียนได้นำเสนอบทความวิชาการ (Article Review) ที่ได้จากประสบการณ์จริงในการจัดการเรียนรู้ยุคศตวรรษที่ 21 เรื่อง อีเลิร์นนิ่งและ Google App: แนวทางการจัดการเรียนรู้เสริมทักษะในศตวรรษที่ 21 ให้แก่ผู้เรียนด้านสารสนเทศ สื่อและเทคโนโลยี. เพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้สนใจการจัดการเรียนรู้หรือการวิจัยเพื่อพัฒนาในยุคศตวรรษที่ 21 โดยใช้ไอซีทีเป็นฐาน หรืออ่านเพิ่มเติมที่ลิงก์ http://ict-bl.blogspot.com/p/blog-page_5985.html 

    วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2558

    ศูนย์อีเลิร์นนิ่งและนวัตกรรมการเรียนรู้ด้วยไอซีที มรย.จัดอบรมพัฒนาทักษะการสอนในศตวรรษที่ 21

    ดูภาพประกอบเพิ่มเติม...
    ในงาน มรย.วิชาการ 58 ระหว่างวันที่ 17-21 สิงหาคม 2558 (http://www.yru.ac.th/academic58) ในงานนี้ ศูนย์อีเลิร์นนิ่งและนวัตกรรมการเรียนรู้ด้วยไอซีที (http://elearning.yru.ac.th/center) จัดกิจกรรมอบรมสัมมนาปฏิบัติการ เรื่อง การพัฒนาการเรียนรู้ด้วยไอซีทีในศตวรรษที่ 21 โดยในวันแรก วันที่ 17 สิงหาคม 2558 ได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.ปรัชญนันท์ นิลสุข อาจารย์ประจำหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (ปร.ด.) สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา เป็นวิทยากรให้ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การใช้ไอซีทีประยุกต์ใช้จัดการเรียนรู้ โดยเน้นการประยุกต์ใช้กับเทคนิคการสอนแบบโครงงานเป็นฐาน (Project-based Learning: PjBL) ผู้เข้าอบรมได้แก่ คณาจารย์จาก มรย. ครูผู้สอนจากโรงเรียนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ และนักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ. 5 ปี) สาขาคอมพิวเตอร์ สาขาคณิตศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์ทั่วไป จำนวนกว่า 80 คน [เอกสารประกอบการบรรยาย...]
       สำหรับในวันที่ 18 สิงหาคม 2558 เป็นการแบ่งกลุ่มลงมือปฏิบัติโดยแยกเป็น 2 กลุ่ม คือ  1) การใช้ Google App for Education จัดการเรียนรู้  2) Multimedia กับการพัฒนาทักษะการฟัง การพูด การอ่าน การเขียน  [Download สไลด์ประกอบการบรรยาย]

    วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

    กิจกรรมประเมินจิตพิสัยในระบบอีเลิร์นนิ่ง: จิตอาสา สู้งาน

        มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา กำหนดอัตลักษณ์บัณฑิตไว้ คือ "เก่งไอที มีจิตอาสา สู้งาน สื่อสารภาษามลายูกลางได้"  การจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมการสร้างจิตอาสาและการสู้งานให้แก่บัณฑิตในห้องเรียนออนไลน์ ในรูปแบบ "ชั้นเรียนอีเลิร์นนิ่ง" อาจมีข้อจำกัดอยู่บ้างในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังสามารถประยุกต์ใช้เครื่องมือในระบบอีเลิร์นนิ่ง ซึ่ง LMS ส่วนใหญ่มีเครื่องมือประเภทบันทึกกิจกรรม การแสดงความเห็นผ่านกระดานเสวนา (Forum) เตรียมให้ผู้สอนนำมาประยุกต์ใช้จัดการเรียนการสอน ซึ่งทุกวันนี้มักเรียกว่า "การจัดการเรียนรู้"

    ตัวอย่างการออกแบบกิจกรรมบันทึกความดี โดยใช้กระดานเสวนา (Forum) ในระบบอีเลิร์นนิ่งที่จัดการด้วย Moodle LMS

    ตัวอย่างการบันทึกความดีและการให้คะแนนจากผู้สอนและเพื่อนในชั้นเรียน

      ดังนั้น จึงทดลองออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนที่ส่งเสริมพฤติกรรม "จิตอาสา สู้งาน" ของนักศึกษาในรายวิชา ระบบสารสนเทศทางการศึกษา นักศึกษาสาขาคอมพิวเตอร์ ชั้นปีที่ 3 หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต (5 ปี) โดยกำหนดกิจกรรมบันทึกความดีของนักศึกษาที่ได้ประพฤติในระหว่างภาคเรียน โดยให้แต่ละคนบันทึกความดีที่เน้น "จิตอาสาและสู้งาน" อย่างน้อยคนละ 10 ครั้ง โดยให้นักศึกษาเขียนบรรยายถึงพฤติกรรมที่ได้กระทำ  อาจารย์ผู้สอนและเพื่อนๆ ในชั้นเรียนประเมินระดับคะแนน เพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินคะแนนจิตพิสัยและใช้ประกอบการประเมินระดับผลการเรียนของรายวิชาด้วย ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการวิจัยพัฒนาการเรียนรู้ รายวิชา ระบบสารสนเทศทางการศึกษาในระบบอีเลิร์นนิ่ง โดยจะได้รายงานผลการวิจัยพัฒนาการเรียนรู้และจิตพิสัยนี้ในโอกาสต่อไป



    วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2557

    การประยุกต์ใช้เอกสาร Spread Sheet การเช็คชื่อการเข้าชั้นเรียนตรงเวลาร่วมกับระบบอีเลิร์นนิ่ง

    http://elearning.yru.ac.th/elearning
        จากประสบการณ์การจัดการเรียนการสอน ปัญหาชั้นเรียนประการหนึ่งคือ การเข้าห้องเรียนสายไม่ตรงเวลา โดยเฉพาะในคาบเรียนเช้าๆ เวลา 08.00 น. จึงทดลองแก้ปัญหากับนักศึกษาปริญญาตรี ครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ. 5 ปี) สาขาคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ในรายวิชาการเขียนโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ชั้นสูง ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557  โดยดำเนินการด้วยมาตรการ ดังนี้

    1. กำหนดตกลงร่วมกันระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน คือ การอธิบายรายละเอียด มคอ.3 โดยเฉพาะการวัดพฤติกรรมที่แสดงออกถึงคุณธรรมจริยธรรมด้านการตรงต่อเวลา ซึ่งเป็นปัญหาหลักๆ ของนักศึกษา มรย. ที่มีความเคยชินกับการมาสาย ไม่ตรงเวลา คือ เวลาเรียน 08.00-12.00 น. กำหนดเวลาในการเรียกชื่อเข้าชั้นเรียน 08.10 น. นักศึกษาคนใดมาก่อนเวลาหรือทันเวลา ประเมินคะแนนจิตพิสัย 2 คะแนน นักศึกษาคนใดมาสายหลัง 08.10 น. ประเมินคะแนน 1 คะแนน นักศึกษาคนใดลากิจ ลาป่วยมีเหตุผลน่าเชื่อถือได้ ประเมิน 1 คะแนน และสำหรับนักศึกษาที่ไม่มาเรียน ประเมิน 0 คะแนน


    2. ครูผู้สอนปฏิบัติตนเป็นแบบอย่าง  หมายถึง ผู้สอนปฏิบัติตนเป็นต้นแบบที่ดีให้แก่ผู้เรียน โดยต้องมาถึงห้องสอนก่อนเวลา  08.00 น. แต่งกายเรียบร้อยเหมาะสมกับความเป็นครู และเตรียมการเรียนการสอนให้พร้อมก่อน 08.10 น. จากนั้นให้ดำเนินการสอนเต็มเวลาและอย่างจริงจัง โดยให้นักศึกษาพัก 15 นาที ในเวลา 10.30-10.45 น.


    3. บันทึกคะแนนออนไลน์ผ่าน Google Spread Sheet คือ สร้างแผ่นเอกสารด้วย Google Spread Sheet แสดงคะแนนและการคำนวณคะแนนจิตพิสัย ซึ่งกำหนดคะแนนเต็มไว้ 10 คะแนน ลิงก์เชื่อมโยงกับระบบอีเลิร์นนิ่ง โดยนักศึกษาสามารถเปิดดูคะแนนตนเองแบบออนไลน์ได้ตลอดเวลา เชื่อมโยงจากระบบอีเลิร์นนิ่งของรายวิชา (http://elearning.yru.ac.th/elearning)


    4. ชี้ให้เห็นประโยชน์ของการตรงต่อเวลา คือ ผู้สอนเน้นย้ำเรื่องของการปฏิบัติตนในการรักษาเวลา การตรงต่อเวลา เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีของผู้ที่จะออกไปประกอบวิชาชีพครูในอนาคต

         กระบวนการทดลองแก้ปัญหาดังกล่าว จะได้สรุปผลการดำเนินงานและรายงานให้ท่านที่สนใจในโอกาสต่อไป ซึ่งอาจจะเรียกว่าเป็นงานวิจัยชั้นเรียนเล็กๆ แต่มีคุณค่าในการสร้างลักษณะนิสัยที่ดีให้แก่ผู้เรียนหรือนักศึกษา ที่จะออกไปทำหน้าที่หรือประกอบวิชาชีพครูต่อไปในอนาคต

    วันศุกร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2557

    เว็บบล็อก: เครื่องมือจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพสำหรับครูยุคใหม่

    เว็บบล็อก (Weblog หรือ Web Blog) เป็นสื่อสังคมออนไลน์ในโลกสังคมดิจิตอลประเภทหนึ่งในปัจจุบันซึ่งได้รับความนิยมและมีผู้นำมาใช้เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสาร การสร้าง การรวบรวมและจัดเก็บเรื่องราว องค์ความรู้ ของบุคคล องค์กร รวมถึงเป็นเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการเผยแพร่ได้สะดวก สามารถค้นคืนและนำข้อมูลหรือสารสนเทศกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ทั้งนี้ เนื่องจากเว็บบล็อกมีคุณสมบัติเฉพาะหลายประการ ได้แก่ การให้บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย สร้างและพัฒนาง่าย ไม่ต้องมีความรู้ในการพัฒนาเว็บไซต์ เผยแพร่ข้อมูลได้สะดวกอย่างเป็นระบบ สามารถส่งข้อมูลไปเผยแพร่หรือแชร์ต่อในสื่อสังคมออนไลน์ที่เป็นที่นิยมสูง เช่น Facbook, Google+ ได้สะดวก
         ในปัจจุบัน ก็มีองค์กร หน่วยงาน หรือบริษัทต่างๆ ให้บริการองค์ความรู้ เรื่องราวขององค์กรในรูแบบเว็บบล็อกอยู่มากมาย ทั้งเว็บบล็อกประเภทให้ใช้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และคิดค่าใช้จ่ายเมื่อต้องการใช้ความสามารถและพื้นที่การจัดเก็บข้อมูลที่มากขึ้น สำหรับผู้ประกอบวิชาชีพครูยุคใหม่หรือเรียกว่ายุคสังคมออนไลน์ ตัวเว็บบล็อกเองก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน จัดการเรียนรู้ และใช้สำหรับรวบรวมประวัติส่วนบุคคลได้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุผลหลายประการ ได้แก่ สะดวกต่อการสร้างและการดูแล สะดวกในการแลกเปลี่ยน  ส่งเสริมทักษะการคิด ส่งเสริมทักษะการเขียน ฝึกทักษะการเขียน (พิมพ์) อย่างเป็นระบบ เป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ฝึกทักษะการเขียนอย่างเป็นระบบระเบียบ ซึ่งต่างจากเครื่องมือเครือข่ายสังคมอื่นๆ เช่น Facebook, Twitter และ Google+ ที่เน้นกระบวนการสื่อสารของสมาชิกมากกว่า การรวบรวมและการเผยแพร่เรื่องราวอย่างเป็นทางการ

    ตัวอย่างเว็บบล็อกของครูผู้สอน เช่น
    • http://krutao.wordpress.com  ครูพรรณภา โพธิ์หลำ ซึ่งใช้บริหารของเว็บไซต์ Wordpress (www.wordpress.org) เป็นเครื่องมือในการพัฒนา
    • http://narasikkalaithai.blogspot.com คุณครูหยาดฝน  ส่าหีม โรงเรียนนราสิกขาลัย ที่พัฒนาเว็บบล็อกสำหรับสอนภาษาไทย เรื่อง การเขียนเรียงความเชิงสร้างสรรค์ ใช้ Blogger (www.blogger.com) เป็นเครื่องมือ
    • http://kruumuu.blogspot.com/ ครูเผชิญ สร้อยศิลา ร.ร.โพธิ์ทองพิทยาคม ใช้ Blogger เป็นเครื่องมือเช่นกัน
             สำหรับตัวอย่างการพัฒนาเว็บบล็อกให้เป็นเครื่องมือสำหรับจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ดูตัวอย่างเพิ่มเติมได้ที่ http://thai3p.blogspot.com
    เอกสารอ้างอิง

    วันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

    ผลงานของนักเรียนชั้น ม.2 ในโครงการวิจัยโดยใช้เว็บบล็อกสอนภาษาไทย เรื่อง การเขียนเรียงความเชิงสร้างสรรค์


    http://kroojisatit.blogspot.com
    ตัวอย่างการใช้เว็บบล็อกเพื่อจัดการเรียนการสอน วิชาภาษาไทย ระดับชัั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 สำหรับครูผู้สอนในสามจังหวัดชายแดนใต้ นับเป็นการประยุกต์ใช้เว็บบล็อกและเครื่องมือในเครือข่ายสังคมออนไลน์ จัดการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างเครือข่ายครูผู้สอนและผู้เรียน  ซึ่งผลงานเรียงความเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนที่เป็นเรื่องราวด้านศาสนสถาน ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิต แหล่งท่องเที่ยวหรืออื่นๆ ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ จะได้นำเสนอผ่านเว็บบล็อกของครูผู้สอน ครูผู้สอนทำหน้าที่ให้ข้อเสนอแนะและข้อแนะนำในการปรับปรุงผลงาน สิ่งที่ทั้งผู้สอนและผู้เรียนจะได้รับจากการสอนผ่านเว็บบล็อก คือ ทักษะการใช้ ICT เพื่อการเรียนรู้  การใช้ ICT ทำให้ผู้เรียนและผู้สอนต้องกระตือรือร้น มีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง นอกจากนั้น เรื่องราวต่างๆ ที่ผู้เรียนเผยแพร่ ยังเป็นผลงานที่สามารถบอกเรื่องราวดีๆ ในพื้นที่ของสามจังหวัดชายแดนใต้อีกด้วย ท่านที่สนใจ ดูตัวอย่างเพิ่มเติมได้ที่ http://kroojisatit.blogspot.com  

    วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

    แนะนำเว็บไซต์: โครงการแท็บเล็ตพีซีเพื่อการศึกษาไทย

         โครงการแท็บเล็ตพีซีเพื่อการศึกษาไทย (One Tablet Per Child: OTPC) นับเป็นโครงการการในการส่งเสริมการใช้ ICT เพื่อการเรียนรู้ เพื่อเป็นการลดช่องว่างทางการศึกษา โอกาสในการใช้ ICT เพื่อการเรียนรู้  โครงการดังกล่าวส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาผู้เรียนไปสู่ระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นจริงได้ ต้องอาศัยบทบาทของครูผู้สอน และผู้ปกครองที่จะต้องปรับตัวเป็นที่ปรึกษาในการเรียนรู้ให้แก่เด็กนักเรียน ดังนั้น ความรู้ ความเข้าใจ และทักษะ (เทคนิคการสอน) ในการใช้เครื่อง Tablet สำหรับการเรียนการสอนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง อาจมากกว่าการมีอุปกรณ์แท็บเล็ตในโรงเรียน ซึ่งอาจไม่เกิดประโยชน์ใดๆ หากบุคลากรทางการศึกษา ขาดเจตคติที่ดี ขาดความรู้ความเข้าใจ ขาดทักษะในการประยุกต์ใช้ Tablet อย่างถูกต้อง ผู้สนใจศึกษาเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์  http://www.otpc.in.th

    วันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

    Facebook เครือข่ายสังคมออนไลน์อันดับ 1 ใน 10 กับการประยุกต์ใช้เพื่อการเรียนการสอน

     
     
           ปัจจุบันนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า "เครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network)" เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้คนในยุคนี้ ไม่ว่าจะอยู่ในวัยเด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนคนวัยทำงานทั่วไป ไม่เว้นแม้แต่ผู้ที่อยู่ในวัยเกษียณอายุราชการแล้ว ที่หลายคนหันมาฝึกเล่น สมัครเป็นสมาชิกสังคมเครือข่าย ซึ่งปัจจุบันต้องยกให้เว็บไซต์ Facebook (http://www.facebook.com) ที่เป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่มีผู้สมัครเป็นสมาชิกมากถึง 750 คน ครองตำแหน่งเครือข่ายสังคมออนไลน์อันดับ 1 มายาวนาน ตามมาด้วย Twitter (http://www.twitter.com) จำนวนสมาชิก 250 ล้านคน Linkedin (https://www.linkedin.com/) จำนวน 110 ล้านคน  ส่วน Google+ ก็กำลังไล่ตามมาติดๆ ขยับอันดับขึ้นมาเรื่อยๆ อยู่ในอันดับที่ 6 ด้วยยอดสมาชิก 65 ล้านคน

    วันพุธที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2556

    การสร้างแรงจูงใจผู้เรียนระบบอีเลิร์นนิ่งด้วยคะแนนจากการประเมินผลกิจกรรมการเรียนรู้

    ภาพที่ 1 รายงานคะแนนในระบบอีเลิร์นนิ่งที่บริหารจัดการด้วย Moodle LMS
           การจัดการเรียนการสอนในระบบอีเลิร์นนิ่งของหลายๆ สถาบันการศึกษาไม่ประสบความสำเร็จ เพราะสาเหตุหนึ่งที่สำคัญก็คือ ผู้เรียนไม่เข้าเรียนหรือทำกิจกรรมการเรียนรู้ในระบบอีเลิร์นนิ่ง (ไม่เข้าห้องเรียน) ซึ่งการจัดการเรียนการสอนในระบบอีเลิร์นนิ่งโดยทั่วไปมักจะใช้ซอฟต์แวร์บริหารจัดการระบบการเรียนรู้ด้วยซอฟต์แวร์ที่เรียกว่า LMS (Learning Management System)  เช่น Moodle,  Atutor,  Claroline, Sakai  และ อื่นๆ อีกมากมาย  ทั้งประเภทฟรีและเชิงพาณิชย์ ซึ่งมีความสามารถในการจัดการระบบสนับสนุนการเรียน เช่น จัดการรายวิชา ผู้สอน ผู้เรียน การลงทะเบียน  และมีความสามารถจัดการสร้างเนื้อหาบทเรียนและกิจกรรมการเรียนรู้ได้ เช่น สร้างเว็บเพจ  สร้างกิจกรรมการมอบหมายการบ้าน การสร้างแบบทดสอบ การสร้างกิจกรรมกระดานเสวนา (Forum) โดยแต่ละกิจกรรมสามารถกำหนดคะแนนเพื่อประเมินผลการเรียนรู้ สามารถนำคะแนนมาใช้ร่วมกับการประเมินผลการเรียนในรายวิชาได้โดยสะดวก

    วันอังคารที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2556

    การบูรณาการศิลปวัฒนธรรมกับการเรียนการสอนรายวิชา การผลิตสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อการเรียนการสอน

         การนำระบบประกันคุณภาพมาใช้ในวงการศึกษาปัจจุบัน ส่งผลให้ผู้สอนในระดับอุดมศึกษามีหน้าที่สำคัญประการหนึ่ง คือ การบูรณาการเนื้อหาด้านศิลปวัฒนธรรม ประเพณีต่างๆ เข้ากับกิจกรรมการเรียนการสอนและกิจกรรมนักศึกษา จึงขอยกตัวอย่างกรณีศึกษาการบูรณาการดังกล่าวในรายวิชา 4112353 การผลิตสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อการเรียนการสอน ซึ่งเป็นรายวิชาในหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีมัลติมีเดีย (หลักสูตร ปี พ.ศ. 2551) ของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ซึ่งจัดการเรียนการสอนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 ที่ผ่าน โดยผู้สอนจัดการเรียนการสอนแบบผสมผสานในระบบชั้นเรียนปกติร่วมกับชั้นเรียนอีเลิร์นนิ่ง  จัดกิจกรรมการเรียนรู้บูรณาการกับเนื้อหาด้านศิลปวัฒนธรรมโดยการมอบหมายงาน (Assignment) ผ่านระบบอีเลิร์นนิ่ง