แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ e-Learning แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ e-Learning แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

บรรยากาศการจัดการเรียนรู้ออนไลน์: ความท้าทายของทักษะผู้สอนให้ประสบความสำเร็จ

       ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัส COVID-19 ส่งผลให้มหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษา ปรับตัว จัดการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ผ่านอินเทอร์เน็ต โดยใช้รูปแบบและเครื่องมือสำหรับจัดการเรียนรู้หลากหลาย ความบริบทของแต่ละแห่ง ที่สำคัญคือ ทักษะของผู้สอน ที่ต้องเร่ง Upskill/Reskill อย่างเร่งด่วนและจริงจังมากขึ้น ผนวกกับการส่งเสริมและสนับสนุนของสถาบัน (คณะผู้บริหาร) หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

    ระบบอีเลิร์นนิ่ง (Electronic Learning: e-Learning) ซึ่งบริหารจัดการการเรียนรู้แบบห้องเรียนเสมือน หรือมหาวิทยาลัยเสมือน สามารถจัดการบนระบบออนไลน์ได้ในสภาพแวดล้อมเหมือนการบริหารจัดการของมหาวิทยาลัยในสภาวะปกติ ได้แก่ การจัดการหลักสูตร รายวิชา กิจกรรมการเรียนรู้ การประเมินผล การจัดการผู้เรียน การรายงานผลดำเนินงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง สามารถดำเนินการได้ โดยใช้ซอฟต์วแวร์ที่เรียกว่า ระบบบริหารจัดการการเรียนรู้ (Lerning Management System: LMS) 
การจัดการเรียนรู้ในระบบอีเลิร์นนิ่ง
  
     แต่อย่างไรก็ตาม การจัดการเรียนรู้แบบออนไลน์ให้ประสบผลสำเร็จ ส่งผลให้ผู้เรียนมีผลการเรียนรู้ของรายวิชา ยังขึ้นกับปัจจัยหลายประการ ได้แก่  นโยบายของมหาวิทยาลัย หน่วยงานรับผิดชอบ โดยเฉพาะผู้สอน ที่ต้องพัฒนาตัวเองให้มีความรู้ ความเข้า ทักษะ และเจตคติที่การสอนในระบบออนไลน์  รวมทั้ง คุณภาพของเนื้อหาวิชา การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ สื่อมัลติมีเดีย ที่สำคัญอีกประการ คือ วิธีหรือเครื่องมือในการประเมินผล  ทั้งหมดที่กล่าวนี้ เป็น "ภาระงานสอนออนไลน์" ที่หนัก เหนื่อย และยุ่งยาก มากกว่าการสอนในชั้นเรียนปกติหลายเท่า กล่าวได้ว่า "ผู้สอนออนไลน์" ไม่ใช่เป็นเพียงผู้ส่งสารหรือเนื้อหาการเรียนเท่านั้น
  
การจัดการเรียนรู้ในห้องสอนสด (Zoom e-Conferences)




    จากประสบการณ์การการจัดการเรียนรู้ในระบบอีเลิร์นนิ่ง ซึ่งบริหารจัดการด้วย LMS เป็นประโยชน์ในการติดตามผลการสอนของอาจารย์ผู้สอน ติดตามพฤติกรรมการเรียน แต่ เนื่องจากพฤติกรรมของผู้เรียนในยุค Gen Z มีรูปแบบการเรียนรู้ (Learning Styles) ที่แตกต่างกัน ซึ่งการเลือกรูปแบบ (Platform) เครื่องมือจัดการเรียนรู้  สื่อมัลติมีเดีย สื่อสังคมออนไลน์ที่หลากหลาย มาผสมผสานใช้ร่วมกัน ด้วยการออกแบบไว้อย่างเหมาะสมด้วยทฤษฎีการเรียนรู้หรือแนวคิดที่เกี่ยวข้อง ก็คาดว่าจะสามารถตอบสนอง Learning Style ของผู้เรียนยุคนี้ได้ ซึ่งปัจจุบันมีงานวิจัยปฏิบัติการในด้านพัฒนาการเรียนรู้ออนไลน์ นำเสนอผลการวิจัยไว้หลากหลายประเด็นด้วยกัน 


การจัดการเรียนรู้ผ่าน Facebook Group

การจัดกิจกรรม Active Learning ด้วย Kahoot Game ร่วมกับระบบอีเลิร์นนิ่ง


   การผสมผสานของการจัดการเรียนรู้ออนไลน์ ระหว่างบทเรียนอีเลิร์นนิ่งและสื่อสังคมออนไลน์ ได้แก่ Facebook Group, Web Blog, Game-based Learning, Active Learning จึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจทดลองวิจัยเชิงปฏิบัติการ เพื่อค้นหาคำตอบ ได้แก่ รูปแบบที่เหมาะสม  ลักษณะพฤติกรรมของผู้เรียน ลักษณะนิสัยหรือเจตคติของผู้เรียน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ประสิทธิภาพในการจัดการเรียนรู้ (เวลา ค่าใช้จ่าย ความคุ้มค่า) แม้กระทั่งในประเด็นความวิตกกังวล ภาวะความเครียด หรือปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมในการจัดการเรียนรู้แบบออนไลน์ในฝั่งของผู้สอน เป็นต้น 
     

     ในโอกาสต่อไป จะได้นำเสนอประสบการณ์จากการจัดการเรียนรู้ออนไลน์ ด้วยการผสมผสานหลากหลายรูปแบบ ด้วยการออกแบบเพื่อแก้ปัญหาผู้เรียน ให้สามารถเรียนรู้ในระบบออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จ และมีความสุขทั้งผู้สอนและผู้เรียน...

วันพุธที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2561

การออกแบบการสอนที่ส่งเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียน: สถานการณ์จริงของชีวิต

บรรยากาศการเรียนรู้ที่มีความสุขนอกชั้นเรียนปกติ
https://plus.google.com/u/0/communities/107503200208618731454 
     การจัดการเรียนรู้สมัยใหม่และในอนาคตมีหลากหลายรูปแบบ วิธีและรูปแบบปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ตามบริบทและสภาพการณ์ภายนอก ซึ่งเป็นวิถีชีวิต วิถีการทำงานหรือประกอบอาชีพ จึงทำให้วิธีการเรียนรู้ของผู้เรียนเปลี่ยนไป  อย่างไรก็ตาม ครู อาจารย์ส่วนใหญ่ของไทย ก็ยังคงยึดกรอบการออกแบบการจัดการเรียนการสอนแบบดั้งเดิมเป็นส่วนใหญ่ จะต้องมีห้องเรียนสี่เหลี่ยม มีกระดานดำหรือไวท์บอร์ด ดีหน่อยก็มีอุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์ เช่น คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค โปรเจคเตอร์ และอินเทอร์เน็ต ในห้องจัดโต๊ะและเก้าอี้เรียงเป็นแถว รอบ ๆ ห้องเรียนมีป้ายนิเทศหรืบอร์ดนิทรรศการ (ซึ่งไม่ค่อยได้เปลี่ยนเนื้อหา)
   กระบวนการจัดการเรียนการสอน ต้องให้ความสำคัญกับกระบวนการออกแบบสถานการณ์การเรียนรู้ (Learning Process Design:LPD)  เพื่อให้บรรลุเป้าหมายหรือผลลัพธ์การจัดการเรียนรู้ (Learning Outcome) ไม่ควรเน้นแต่การถ่ายทอดเนื้อหา (Content) ให้ครบถ้วน เพื่อจะทำให้สามารถสอบวัดประเมินผลให้ครบสาระการเรียนรู้ ซึ่งก็คงไม่ผิด เพียงแต่ว่าอาจเกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนในการดำรงชีวิตและประกอบอาชีพในอนาคตได้น้อย โดยเฉพาะ "ทักษะการเรียนรู้" สำหรับชีวิตจริงในอนาคต

ตัวอย่างงานมอบหมาย (Assignment) ในระบบอีเลิร์นนิ่ง
     ดังนั้น บทบาทสำคัญจึงอยู่ที่ครูผู้สอนที่จะต้องปรับเปลี่ยนกรอบคิด (Mindset) เข้าใจบทบาทของผู้จัดการเรียนรู้ยุคใหม่ที่เปลี่ยนไปเนื่องจากเทคโนโลยี  ซึ่งเน้นเป็นผู้แนะนำหรือให้คำปรึกษาการเรียนรู้เป็นสำคัญ  ครูจะปรับเปลี่ยนบทบาทอย่างไร เพราะครูคือ ปัจจัยสำคัญของความสำเร็จของการจัดการเรียนรู้ ที่จะทำให้ผู้เรียนสามารถนำไปใช้ในอนาคตได้ คือ กรอบคิดของครูหรือผู้สอนในการออกแบบจัดการเรียนรู้เพื่ออนาคตของผู้เรียนจึงเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่เพื่อการประเมินผล ให้ได้คะแนนผู้เรียนสำหรับการวัดระดับผลการเรียนในรายวิชาเท่านั้น

รายละเอียดงานมอบหมาย (Assignment) 


    ในรายวิชา การจัดการสารสนเทศเพื่อการศึกษา หลักสูตรครุศาสตรบันฑิต สาขาคอมพิวเตอร์ศึกษา ได้ทดลองออกแบบจัดการเรียนรู้โดยมีเป้าหมายให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าในสถานการณ์ สภาวการณ์การศึกษาของชาติ  มีโอกาสศึกษาข้อมูลและสารสนเทศที่สำคัญด้านการศึกษาจากฐานข้อมูลการศึกษาแห่งชาติ (http://www.mis.moe.go.th/mis2018)  ออกแบบเป็นกิจกรรมมอบหมายงาน (Assignment Activity) ผ่านระบบอีเลิร์นนิ่ง (http://elearning.yru.ac.th) แบ่งกลุ่มหรือทีมศึกษาข้อมูล ทีมละ 4-5 คน  ทำกิจกรรมของกลุ่มนอกห้องเรียน โดยใช้ห้องศึกษาค้นคว้าอิสระที่ศูนย์บรรณสารสนเทศ (ห้องสมุด) จัดให้ มีความพร้อมและสะดวกสบาย ร่วมกันศึกษาข้อมูล เลือกประเด็นที่กลุ่มสนใจ โดยเฉพาะข้อมูลและสารสนเทศการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ (ยะลา นราธิวาส ปัตตานี) วิเคราะห์  สังเคราะห์  และจัดทำสื่อนำเสนอร่วมกันผ่าน Google Application ได้แก่ สไลด์ (Google Slide) นำเสนอ  แชร์สไลด์นำเสนอในชุมชนการเรียนรู้ในรายวิชาที่จัดการด้วย Google+ และบันทึกผลการเรียนรู้ครั้งนี้ใน Web Blog ของตนเอง  โดยให้นำเสนอในห้องเรียน Smart Classroom เพื่อบันทึกกิจกรรมการเรียนรู้เผยแพร่ต่อไป
ตัวอย่างการแชร์กิจกรรมการเรียนรู้ในชุมชนรายวิชาผ่าน Google+
   สำหรับเป้าหมายจากการเรียนรู้ (Leaning Goal) ในกิจกรรมนี้ คือ การฝึกทักษะการทำงานเป็นทีม โดยใช้ Cloud Technolog  ฝึกทักษะการสืบค้น  การรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ สังเคราะห์  การนำเสนอ รวมทั้งทักษะการใช้ภาษาไทย ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของนักศึกษาและบัณฑิตมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เนื่องจากนักศึกษาส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ และใช้ภาษาถิ่นเป็นภาษาสำหรับการสื่อสารในชีวิตประจำวัน แต่เมื่อสำเร็จเป็นบัณฑิต จำเป็นต้องใช้ภาษาไทยเป็นภาษาทางราชการ ซึ่งหากมีปัญหาในการใช้ภาษาไทย ทั้งทักษะการอ่าน การพูด การเขียน ก็อาจจะทำให้ขาดโอกาสในการแข่งขันการสมัครเข้าทำงาน ทั้งในองค์กรภาครัฐและเอกชน  ส่วนการใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้ เน้นเตรียมทักษะสำหรับการประกอบอาชีพในอนาคต ที่ต้องมีความคล่องในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและเรียนรู้ได้ ปรับตัวได้ตลอดเวลา ที่สำคัญในอนาคต ทุกอาชีพจำเป็นต้องใช้ข้อมูลและสารสนเทศ เราจึงต้องการบัณฑิตที่มีทักษะพื้นฐานในการจัดการข้อมูลและสารสนเทศ สามารถค้นหา รวบรวม วิเคราะห์ สังเคราะห์ นำไปประยุกต์ใช้ และสร้างมูลค่าเพิ่มได้  เป็นผู้สร้างมูลค่าได้จากข้อมูลและสารสนเทศจำนวนมากในอินเทอร์เน็ต ไม่ได้เป็นเพียงผู้ใช้สารสนเทศเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
   นอกจากนั้น กระบวนการจัดการเรียนรู้ในกิจกรรมนี้ ยังเป็นแนวทางให้ผู้เรียน นำไปใช้ในวิชาชีพครูได้ในอนาคตอีกด้วย

ตัวอย่างการบันทึกผลการเรียนรู้ผ่านเว็บบล็อกส่วนบุคคลของนักศึกษา

ตัวอย่างการบันทึกผลการเรียนรู้ผ่านเว็บบล็อกส่วนบุคคลของนักศึกษา และผู้สอน (ที่ปรึกษา) ให้ข้อคิดเห็น

วันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2561

นำเสนอแนวปฏิบัติที่ดีการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning: เวที KM YRU Forum 2017


[ข้อมูลเพิ่มเติม]
  การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning เป็นการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ สร้างแรงจูงใจ กระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ด้วยตนเอง สอดคล้องกับการจัดการเรียนรู้ในยุคที่ใช้ไอซีทีเป็นเครื่องมือ ทำให้ไอซีทีมีผลกระทบต่อรูปแบบการเรียนรู้ของนักศึกษาในยุค Gen Z ที่เกิดมาพร้อมกับเทคโนโลยี มีบุคลิกเฉพาะที่ต้องการโจทย์การเรียนรู้ที่ท้าทาย ลงมือทำด้วยตนเอง มุ่งวัดที่ผลงาน
   มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ KM YRU Forum 2017 ในวันที่ 6 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา โดยกำหนดประเด็นการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ให้เป็นหัวเรื่องในการแลกเปลี่ยน และได้มีโอกาสนำเสนอแนวปฏิบัติการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาการจัดการสารสนเทศด้านการศึกษา โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบผสมผสานหลากหลายเทคนิคและวิธีจัดการเรียนรู้ ชื่อเรื่อง การจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน (ฺฺBlended Learning) ผ่านระบบอีเลิร์นนิ่งและสื่อสังคมออนไลน์ รายวิชาการจัดการสารสนเทศด้านการศึกษา  ท่านที่สนใจ สามารถดาวน์โหลดไปเรียนรู้ และยินดีแลกเปลี่ยนกันที่อีเมล sirichai.nbr@yru.ac.th

วันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ผลการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning เน้นการผสมผสน (Blended Learning) ที่เสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ทักษะการสื่อสารและไอที

   ผลงานนำเสนอของนักศึกษาสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา (http://science.yru.ac.th/computer) ด้วยสื่อคลิปวีดีทัศน์ ซึ่งเกิดจาการจัดการเรียนรู้ในรายวิชา การจัดการสารสนเทศด้านการศึกษา ด้วยรูปแบบ  “การจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานด้วยระบบอีเลิร์นนิ่งและสื่อสังคมออนไลน์โดยใช้งานมอบหมายและโครงงานเป็นฐาน”  ที่มุ่งเน้นจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ผสมผสานรูปแบบการเรียนรู้และเทคนิคการเรียนรู้ ที่สามารถส่งเสริมให้เกิดทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 และสร้างโอกาสในการพัฒนาทักษะการใช้ภาษาไทยของผู้เรียนให้ดีขึ้น ทั้งในด้านการฟัง การพูด และการเขียน 

ติดตามกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในรายวิชาที่ 
https://plus.google.com/u/0/communities/107503200208618731454



 

   
 

จัดกิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียน
 


กิจกรรมเรียนรู้ในพื้นที่โรงเรียนดำรงวิทยา อ.บันนังสตา จ.ยะลา
กิจกรรมเรียนรู้ในพื้นที่โรงเรียนคัมภีร์วิทยา อ.บันนังสตา จ.ยะลา
  

ตัวอย่างวีดีทัศน์นำเสนอโครงงาน

1. ระบบสารสนเทศงานบุคลากร  https://youtu.be/PcuawT5jDq0 

2. ระบบสารสนเทศกิจกรรมนักเรียน  https://youtu.be/iw3kJ_MEcR0


3. ระบบสารสนเทศทะเบียนประวัตินักเรียน  https://youtu.be/uulajd1yjcg 


4. ระบบสารสนเทศงานวิชาการ https://youtu.be/DnY6D3Bm1JU 


5. ระบบสารสนเทศการจัดตารางเรียน https://youtu.be/pH98Ro4fmKk  [รายงานโครงงาน]


6. ระบบสารสนเทศห้องพยาบาล  https://youtu.be/7d8Wiu2cOTU 


วันพฤหัสบดีที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2560

การเรียนรู้นอกห้องเรียน: สร้างบรรยากาศและแรงจูงใจให้แก่นักศึกษา

การจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนสี่เหลี่ยม ประกอบด้วยอาจารย์ผู้สอนยืนอยู่หน้าชั้นเรียน นักเรียนหรือนักศึกษานั่งประจำโต๊ะ (ถึงแม้จะเป็นห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์) เป็นอย่างนี้ทุกครั้งในชั่วโมงสอน ก็อาจสร้างบรรยากาศที่น่าเบื่อหน่าย ขาดแรงจูงใจ ไม่สะดวกในการทำกิจกรรมกลุ่ม ไม่เป็นบรรยากาศที่สนองตอบวิถีชีวิตแบบ Life Stye ของนักศึกษาในยุค Gen Y ทำให้เกิดสถานการณ์ "สอนมาก เรียนน้อย" ซึ่งอาจจะไม่เกิดการเรียนรู้ในการสอนครั้งนั้นเลยก็ได้ เพราะผู้เรียนไม่ได้มีโอกาสการลงมือทำในกิจกรรมที่ผู้สอนมอบหมาย
      การจัดการเรียนรู้ในรายวิชาเว็บช่วยสอน (Web-based Instruction: WBI) ของสาขาคอมพิวเตอร์ศึกษา (http://science.yru.ac.th/computer) ซึ่งเนื้อหาสำคัญของวิชาส่วนใหญ่เป็นทฤษฎี ข้อมูล ข้อและเท็จจริง (Fact)  ที่ผู้เรียนสามารถสืบค้นได้ทั้งหมดด้วย Google ดังนั้น ผู้สอนจึงจะต้องออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ให้เกิดการเรียนรู้ด้วยการลงมือทำ (Learning by Doing) และเลือกใช้โดยใช้แนวคิดของการเรียนรู้ด้วยโครงงานเป็นฐาน (Project-based Learning: PjBL) ร่วมกับการเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีม (Team-based Learning: TBL) ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สนับสนุนการสอนแบบ Active Learning  โดยผู้เรียนจะต้องมีชิ้นงานหรือผลงาน ที่เกิดจากการทำกิจกรรมของทีมหรือกลุ่ม ผู้สอนจะให้โอกาสได้ทำกิจกรรมนอกห้องเรียน นอกห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ เช่น การใช้ห้องเสริมการเรียนรู้ (ห้องติว) ซึ่งมหาวิทยาลัยจัดเตรียมไว้ให้ที่ศูนย์บรรณสารสนเทศ สำนักวิทยบริการฯ เป็นสถานที่ที่สนับสนุนการเรียนรู้ตามสไตล์ของนักศึกษา Gen Y ที่เน้นความสะดวกสบาย ความเป็นส่วนตัว มีอุปกรณ์สนับสนุนในการทำกิจกรรม มี Wifi ความเร็วสูง เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ทุกเวลา นับเป็นการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่เสริมแรงจูงใจ
    จากนั้น ผู้เรียนสรุปผลการเรียนรู้เผยแพร่ในชุมชนรายวิชา (Google+) และสรุปสาระการเรียนรู้ในเว็บบล็อกของตนเอง เพื่อทบทวนสิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ ผู้สอนติดตามให้ข้อเสนอแนะ ทำหน้าที่เป็น Coach ให้ข้อคิดเห็นในการปรับปรุง เอกสารทุกอย่างแชร์และทำงานร่วมกันใน Google Drive ทำให้การเรียนรู้ของรายวิชาไม่มีรายงาน ทุกอย่างไร้กระดาษ Paperless สร้างทักษะดิจิทัลให้แก่ผู้เรียนไปพร้อมๆ กับการเรียนรู้



วันเสาร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2560

การเรียนรู้จากผลงานวิจัย: การออกแบบกิจกรรมนำเสนอผลการเรียนรู้ผ่านคลิปวิดีทัศน์สร้าง Active Learner


ทักษะการออกแบบการจัดการเรียนรู้ในยุคศตวรรษที่ 21 นับเป็นทักษะสำคัญของผู้สอนในยุคนี้ ที่จะต้องเน้นทักษะการออกแบบสถานการณ์การเรียนรู้ ให้สอดคล้องกับชีวิตจริง เนื่องจากผู้เรียนโดยเฉพาะในระดับปริญญาตรี เป็นผู้เรียนในยุค "Gen Y"  [อ่านเพิ่มเติม ...] ที่มีบุคลิก ลักษณะนิสัย วิธีการเรียนรู้ที่เขาเกิดมาพร้อมกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต การสื่อสารข้อมูล  ต่างจากในยุคอดีตที่ผู้สอนส่วนใหญ่อาจเกิดในยุค "Gen X" หรือก่อนหน้านั้น "Baby Boomer" และหากผู้สอนยังไม่ปรับตัว ปรับวิธีคิด เปลี่ยนวิธีสอน ยังหลงอยู่ในยุค Gen X อีก ก็อาจจะไม่สามารถสอนนักศึกษาในยุคปัจจุบันได้ หรือสอนได้แต่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์การการเรียนรู้ (ห้องเรียน) ได้ อาจจะเป็นการกักขังผู้เรียนให้อยู่ในห้องเรียนแบบดั้งเดิม (Traditional Classroom) ที่น่าเบื่อ มีผู้สอนเป็นผู้ควบคุม เป็นศูนย์กลางการสอน แต่ไม่ใช้การเรียนรู้
   การจัดการเรีียนรู้ในระดับปริญญาตรี สาขาคอมพิวเตอร์ศึกษา ซึ่งบัณฑิตสาขานี้ จะสำเร็จการศึกษาออกไปเป็นครูพันธุ์ใหม่ใช้ไอซีทีเป็นเครื่องมือออกแบบการเรียนรู้ มีความเชี่ยวชาญในการออกแบบการเรียนรู้ สถานการณ์การเรียนรู้ที่ใช้ไอซีทีเป็นเครื่องมือ เข้าใจนักเรียนในยุค Gen Y สามารถประยุกต์ใช้ความก้าวหน้าของไอซีที ให้เกิดประโยชน์ต่อการสร้างนักเรียนพันธุ์ใหม่ ที่จะเป็นผู้สร้างสรรค์มากกว่าการเป็นผู้ใช้อย่างเดียว เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของคนในการนำพาประเทศไปสู่ "ประเทศไทย 4.0" ตามวิสัยทัศน์ชาติ "มั่งคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมและมูลค่าเพิ่ม เพื่อการพึงพาตนเองได้ในอนาคต
   จากประสบการณ์การสอนรายวิชา เว็บช่วยสอน (Web-based Instruction) ในการสอนเนื้อหาตามคำอธิบายรายวิชาในประเด็น "ศึกษาเอกสารผลงานวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาบทเรียนผ่านเว็บ" ผู้สอนกำหนดเป็นงานมอบหมาย (Assignment) ในระบบอีเลิร์นนิ่ง โดยการแบ่งนักศึกษาทำงานเป็นทีม (เน้นสร้างทักษะการทำงานเป็นทีม การสร้างสรรค์ผลงาน การคิดวิเคราะห์ในการวางแผนร่วมกัน) โดยกำหนดให้แต่ละทีม ศึกษาเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้องจากฐานข้อมูล Thailis (http://www.thailis.or.th/tdc) โดยศึกษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์สาระสำคัญของงานวิจัย ออกแบบการนำเสนอ (presentation) โดยใช้คลิปวิดีโอเผยแพร่ใน Youtube โดยใช้ความรู้และทักษะจากรายวิชาที่ผ่านมา จากนั้นให้แต่ละทีมนำเสนอและแชร์ผ่านชุมชนรายวิชาใน Google+ โดยกระบวนการเรียนรู้ในหัวข้อนี้ เน้นการเรียนรู้นอกคาบ เรียน ใช้สถานที่นอกห้องเรียน เช่น ห้องกิจกรรมเสริมการเรียนรู้กลุ่ม ที่ศูนย์บรรณสารสนเทศ สำนักวิทยบริการฯ จัดให้บริการ หลังจากนั้น ให้ผู้เรียนทุกคนสรุปผลการเรียนรู้ของตนเองและทีมในกิจกรรมนี้ เผยแพร่ในเว็บบล็อกของตนเอง (กิจกรรมหนึ่งในรายวิชา)


    ผลการจัดการเรียนรู้ พบว่า แต่ละทีมสามารถสร้างผลงานนำเสนอได้เสร็จทันตามกำหนดเวลา และสร้างความตื่นเต้น สนุกสนานในการเรียนรู้ ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง เกิดทักษะการทำงานเป็นทีม รวมถึงทำให้ผู้สอนเอง มีเวลาในการวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล จากการแสดงพฤติกรรมของผู้เรียนผ่านการบันทึกวิดีโอคลิป นักศึกษาสามารถนำทักษะและเทคนิคการจัดการเรียนรู้ ไปปรับประยุกต์ใช้เมื่อออกไปประกอบวิชาชีพครูในอนาคต
    ตัวอย่างผลงานของนักศึกษาแต่ละทีม ซึ่่งผู้สอนมีหน้าที่ในการให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงของแต่ละทีม หรือแต่ละบุคคลผ่านชุมชนการเรียนรู้ Google+


วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ห้องเรียนกลับทิศ (Flipped Classroom) ประยุกต์ใช้อีเลิร์นนิ่งและซอฟต์แวร์ประยุกต์บนคลาวน์สอนการคิดวิเคราะห์และสังเคราะห์


 ตัวอย่างการปรับการสอนแบบห้องเรียนกลับทิศ (Flipped Classroom)  รายวิชา เว็บช่วยสอน (Web-based Instruction) นักศึกษาชั้นปีที่ 4 หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต (5 ปี) สาขาคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ซึ่งกำหนดให้ผู้เรียนศึกษาเนื้อหา องค์ความรู้ที่จะสอนในชั้นเรียนมาก่อนเข้าชั้นเรียน โดยที่ผู้สอนเตรียมเนื้อหาและแหล่งเรียนนำเสนอผ่านรายวิชาในระบบอีเลิร์นนิ่ง (http://elearninng.yru.ac.th/elearning) และผู้เรียนสามารถสืบค้นเนื้อหาสาระเพิ่มเติมผ่านอินเทอร์เน็ตได้  ซึ่งวันนี้ (8 ตุลาคม 2558) เนื้อหาที่สอน บทที่ 3 ระบบการเรียนการสอนผ่านเว็บ เนื้อหาเรื่อง "การพัฒนาระบบการเรียนการสอนผ่านเว็บ" และ "องค์ประกอบการเรียนการสอนผ่านเว็บ"
     สำหรับกิจกรรมการเรียนรู้วันนี้ คือ งานมอบหมาย (Assignment) ผ่านระบบอีเลิร์นนิ่ง ซึ่งมีรายละเอียดของงานมอบหมาย ได้แก่ คำชี้แจง ขั้นตอนการปฏิบัติงาน การส่งงาน และเกณฑ์การให้คะแนน (การตรวจให้คะแนนและข้อเสนอแนะ บันทึกในระบบอีเลิร์นนิ่ง) ดังนี้
คำชี้แจง
ให้นักศึกษาเนื้อหาและสาระสำคัญจากเอกสาร หรือจากการสืบค้นจากอินเทอร์เน็ตที่จัดเตรียมให้ในรายวิชา เกี่ยวกับขั้นตอนการออกแบบและพัฒนาการสอนผ่านเว็บ หรือวงจรการพัฒนาการสอนผ่านเว็บ หลังจากนั้น ให้นักศึกษาปฏิบัติ ดังนี้
  1. สังเคราะห์ (สรุป) ขั้นตอนของการออกแบบและพัฒนาการสอนผ่านเว็บ โดยออกแบบให้เป็น ผังงาน (Flowchart) หรือแผนภูมิ (Chart) พร้อมมีคำอธิบายโดยสังเขป ตามความเข้าใจของนักศึกษา โดยการวาดเป็นแผนภูมิ โดยใช้ซอฟต์แวร์  Cacoo (ติดตั้งบนคลาวน์ ด้วย Google Apps on Chrome)  โดยอาจดูตัวอย่างการวาดแผนภูมิที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่างแผนภูมิ ที่ค้นหาให้เป็นแนวทาง
  2. ให้นักศึกษาวาด แผนภาพความคิด (Mind Map) ด้วยซอฟต์แวร์ Cacoo ถึง "องค์ประกอบสำคัญของการจัดการเรียนการสอนผ่านเว็บ" ตามความเข้าใจของนักศึกษาเอง 

การส่งงาน
1) ให้นักศึกษาส่งงาน โดยการ แชร์ลิงก์ของเอกสารทั้ง 2 ข้อ เพื่อให้ผู้สอนสามารถตรวจงานได้ ผ่านช่องคำตอบในระบบอีเลิร์นนิ่งในงานมอบหมายนี้
2) เขียนสรุปเนื้อหาโดยย่อ และแผนภาพ MindMap นำเสนอไว้ในเว็บบล็อกของตนเอง และให้ส่งลิงก์เผยแพร่จากเว็บบล็อกตนเองแชร์ใน Google+ กลุ่มของรายวิชา
คะแนน (10 คะแนน)
  1. ส่งงานตรงเวลา (ภายในคาบเรียน 08.00-12.00 น.)
  2. ความสอดคล้องของเนื้อหาที่วิเคราะห์และสังเคราะห์ 
  3. การวาดแผนภูมิ หรือ Mind Map ที่เหมาะสม
ผลการจัดการเรียนรู้ 

    จากการสังเกตของผู้สอน นักศึกษาทุกคนมีความรู้สึกตื่นเต้นและกระตือรือร้นกับการได้ติดตั้งซอฟต์แวร์ Cacoo ซึ่งเป็น Chrome App ทำงานบนเทคโนโลยีคลาวน์ (Could Computing) มีความตั้งใจและจริงจังในการสร้างผลงาน สามารถศึกษาและเรียนรู้การสร้างแผนผังความคิดและแผนภูมิจากการวิเคราะห์ สังเคราะห์เนื้อหาสาระที่ผู้สอนกำหนดให้ รวมทั้งจากการสืบค้นเพิ่มเติมด้วยตนเอง โดยใช้ซอฟต์แวร์ Cacoo สร้างผังความคิดและแผนภูมิได้ทุกคน รวมทั้งสามารถแชร์เอกสารผลงานที่ทำได้เผยแพร่ในเว็บบล็อกของผู้เรียนเอง และ แชร์ในชุมชนรายวิชาใน Google+  (ทำงานเสร็จในชั่วโมง 22 คน จากทั้งหมด 36 คน คิดเป็นร้อยละประมาณ 61.11 และที่สำคัญนักศึกษามีกิจกรรมปรึกษาหารือ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันทั้งห้องเรียน มีความสุขกับการทำกิจกรรมการเรียนรู้มากกว่าการฟังผู้สอนบรรยายให้ความรู้ (การสอนแบบบรรยาย ตามหลักของ Learning Pyramid ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้เพียง ร้อยละ 5 เท่านั้น) ซึ่งนับเป็นตัวอย่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) ระหว่างห้องเรียนปกติ ชั้นเรียนอีเลิร์นนิ่ง และการใช้ไอซีที โดยเฉพาะการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ ได้แก่ Google+, Weblog (www.blogger.com) และเทคโนโลยีคลาวน์ที่ให้บริการซอฟต์แวร์ (Software as a Services: SaaS) มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะ "ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม ทักษะด้านสารสนเทศ สื่อและเทคโนโลยี" อีกรูปแบบหนึ่ง และเน้นการเรียนรู้โดยการลงมือปฏิบัติ (Learning by Doing) ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้มากถึงร้อยละ 75 ตามหลักของ Learning Pyramid และสนับสนุนแนวคิด Teach Less Learn more ของ ศ.นพ.วิจารณ์พานิช ที่นำเสนอไว้ในหนังสือ "การสร้างการเรียนรู้สู่ศตวรรษที่ 21" เผยแพร่ในเว็บไซต์ สำนักงานส่งเสริมสังคมการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) คือ สอนน้อยแต่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้มากนั่นเอง



  

วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2558

ขอเชิญประชุมวิชาการนานาชาติ ELEARN2015 ครั้งที่ 12

ขอเชิญผู้สนใจส่งผลงานวิจัยเพื่อนำเสนอในการประชุมวิชาการนานาชาติ The Twelfth International Conference on eLearning for Knowledge-Based Society :ELEARN2015
ซึ่งจะจัดขึ้น ในวันที่ 11-12 ธันวาคม 2558  ณ วิทยาลัย Siam Technology College,Thailand  กำหนดส่งบทคัดย่อ 30 ตุลาคม 2558 นี้ สนใจดูรายละเอียดติดตามที่เว็บไซต์  http://www.elearningap.com/

วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2558

ห้องเรียนกลับทิศ ผนวกการเรียนการสอนแบบกลุ่ม ผ่านการเรียนรู้แบบผสมผสานแบบอีเลิร์นนิ่งและห้องเรียนปกติ


วิธีสอน (จัดการเรียนรู้) เปลี่ยน ผลลัพธ์เปลี่ยน ผู้สอนเปลี่ยนตัวเองก่อน จึงจะส่งผลถึงผู้เรียน

การทดลองจัดการเรียนรู้ในรายวิชา เว็บช่วยสอน (Web-based Instruction: WBI) ของหลักสูตรครุศาสตร์บัณฑิต สาขาคอมพิวเตอร์ (คอมพิวเตอร์ศึกษา) หลักสูตร 5 ปี ของสาขาคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา (โครงการจัดตั้งคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร) ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2558 ได้ทดลองจัดการเรียนการสอนโดยเน้น Teach Less Learn More, Flipped Classroom, e-Learning, Group-based Learning โดยเน้นลักษณะการการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) เพื่อเสริมทักษะการเรียนในศตวรรษที่ 21 ในทุกๆ ด้านให้แก่ผู้เรียน ซึ่งเป็นวาระสำคัญการพัฒนาคุณภาพบัณฑิตของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา
     ตัวอย่างกิจกรรมการเรียนรู้หนึ่ง ไดเแก่ กิจกรรมการเรียนการสอนโดย การมอบหมายงานกลุ่ม (Group Assignment)  สมาชิกกลุ่มละ 6 คน คละตามความสามารถของผู้เรียน) ไว้ในระบบอีเลิร์นนิ่ง (http://elearning.yru.ac.th) ให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าเนื้อหามาจากบ้าน ส่วนหนึ่งผู้สอนเตรียมเนื้อหาและทรัพยากรการเรียนเรียนไว้ในระบบอีเลิร์นนิ่ง
รายละเอียดงานมอบหมายในระบบอีเลิร์นนิ่ง
   
รายละเอียดการบ้านที่มอบหมายให้ทำในห้องเรียน
สำหรับ กิจกรรมมอบหมายงานหรือการบ้าน (Assignment) ในระบบอีเลิร์นนิ่ง ผู้สอนอธิบายขอบเขตและขั้นตอนของการปฏิบัติงาน รวมทั้งเกณฑ์การประเมินผลไว้ในระบบอีเลิร์นนิ่ง ส่งข่าวสารให้ผู้เรียนรับรู้รับทราบก่อนเข้าชั้นเรียนผ่านชุมชนการเรียนรู้ Google+ และอีเมล และให้แต่ละกลุ่มมาทำกิจกรรมในชั้นเรียน เน้นการใช้ไอซีทีเป็นเครื่องมือ โดยผู้สอนอธิบายและให้คำปรึกษาเพิ่มเติมในขณะทำกิจกรรม เมื่อทำกิจกรรมเสร็จ
    เมื่อผู้เรียนแต่ละกลุ่มทำกิจกรรมการบ้านเสร็จเรียบร้อย ให้แต่ละกลุ่มนำเสนอหน้าชั้นเรียน กลุ่มละ 15 นาที โดยทุกคนในกลุ่มตั้งมีส่วนร่วม (ฝึกฝนทักษะการนำเสนอและการใช้ภาษาไทย) ผลงานสไลด์นำเสนอให้เผยแพร่ผ่านกลุ่ม https://plus.google.com/u/0/communities/113770790066290262562 และเขียนในเว็บบล็อกของสมาชิกในกลุ่มแต่ละคนตามความสนใจ
    ข้อสังเกตเบื้องต้นจากการจัดการเรียนรู้ตามสถานการณ์ข้างต้น (17 กันยายน 2558) สังเกตเห็นพฤติกรรมของผู้เรียนที่มีความกระตือรือร้นมาก มีรอยยิ้มและมีความสุขตลอดเวลาในขณะทำกิจกรรม เกิดความสัมพันธ์และความสามัคคีระหว่างสมาชิกในกลุ่มมากขึ้น จากการคละกลุ่มที่มีสมาชิกจากผู้เรียนทุกระดับความสามารถ ต่างจากการให้ผู้เรียนเลือกกลุ่มอิสระ ผลจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในลักษณะนี้  จะได้นำมาเสนอในโอกาสต่อไป

[ติดตามดูผลงานของกลุ่มจากการทำกิจกรรมในชั้นเรียน...https://plus.google.com/u/0/communities/113770790066290262562] 



วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2558

แนวทางการใช้อีเลิร์นนิ่งและ Google App ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ทักษะในศตวรรษที่ 21

    การจัดงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติส่วนภูมิภาค โดยคณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร (มรย.) ได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้จัดขึ้นทุกปี โดยในปี พ.ศ. 2558 การจัดงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 18-20 สิงหาคม พ.ศ. 2558 ร่วมกับการจัดงาน "มรย.วิชาการ 58 คลังปัญญาชายแดนใต้สู่สากล" ซึ่งจัดงานระหว่างวันที่ 17-21 สิงหาคม 2558 ที่ผ่านมา 
             คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร จัดกิจกรรมขึ้นเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนเยาวชนให้สนใจศึกษาต่อทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องตลอดมากว่า 19 ปี ซึ่งมีกิจกรรมจัดนิทรรศการวิชาการของหลักสูตร กิจกรรมประกวดแข่งขันด้านวิชาการ โครงงาน กิจกรรมสาธิตและแสดง Science Show ซึ่งได้รับความสนใจจากโรงเรียนและประชาชนในพื้นที่ด้วยดีตลอดมา แต่มีกิจกรรมหนึ่งที่ขาดไม่ได้และมีมาอย่างต่อเนื่องกว่า 19 ปี คือ การจัดทำวารสารวิชาการเนื่องในวาระพิเศษ คือ "วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยวิทยาลัยราชภัฏยะลา" เพื่อเป็นเวทีเผยแพร่ผลงานวิชาการของอาจารย์ นักศึกษา และบุคลากร ซึ่งขณะนี้มหาวิทยาลัยฯ มีโครงการพัฒนาวารสารฉบับดังกล่าวให้เป็นวารสารวิชาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้เป็นไปเกณฑ์มาตรฐานของ TCI  โดยจะเริ่มเผยแพร่ฉบับแรกในกลางปี พ.ศ. 2559 จึงเชิญชวนนักวิจัย คณาจารย์ นักศึกษาระดับปริญญาโท และปริญญาเอก ส่งผลงานต้นฉบับร่วมตีพิมพ์ได้ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางวิชาการ โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ประยุกต์ เทคโนโลยีสารสนเทศ  คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี
          สำหรับในงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติในภูมิภาคปีนี้  ผู้เขียนได้นำเสนอบทความวิชาการ (Article Review) ที่ได้จากประสบการณ์จริงในการจัดการเรียนรู้ยุคศตวรรษที่ 21 เรื่อง อีเลิร์นนิ่งและ Google App: แนวทางการจัดการเรียนรู้เสริมทักษะในศตวรรษที่ 21 ให้แก่ผู้เรียนด้านสารสนเทศ สื่อและเทคโนโลยี. เพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้สนใจการจัดการเรียนรู้หรือการวิจัยเพื่อพัฒนาในยุคศตวรรษที่ 21 โดยใช้ไอซีทีเป็นฐาน หรืออ่านเพิ่มเติมที่ลิงก์ http://ict-bl.blogspot.com/p/blog-page_5985.html 

    วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2558

    ผู้สอนยุคใหม่ในระบบ YRU e-Learning : การพัฒนาผู้สอนส่งเสริมการสร้างทักษะในศตวรรษที่ 21

    การจัดการเรียนรู้ในยุคปัจจุบัน จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้สอน (ผู้จัดการเรียนรู้) จะต้องปฏิรูปตัวเอง ปฏิรูปวิธีการจัดการเรียนรู้ กล่าวได้ว่าต้องเรียนรู้และออกแบบสถานการณ์เพื่อจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 สำหรับบัณฑิตในยุคนี้ นอกเหนือจากการสอนเนื้อหาสาระในวิชา โดยเฉพาะทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม ทักษะชีวิตและการทำงาน ทักษะด้านสื่อ สารสนเทศ และเทคโนโลยี ดังน้ัน ผู้สอนเองจะต้อง
    บูรณาการทักษะเหล่านี้ ในทุกๆ รายวิชา กล่าวคือ ต้องสอนทักษะในศตวรรษที่ 21 ให้พร้อมก่อนออกไปทำงาน หรือสอนให้มีทักษะในการทำงานเป็นตั้งแต่อยู่ในมหาวิทยาลัย
       ระบบจัดการการเรียนรู้อีเลิร์นนิ่ง (YRU e-Learning) เป็นเครื่องมือที่มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการจัดการเรียนรู้ จึงกำหนดและส่งเสริมให้คณาจารย์ได้มีความรู้และทักษะในการจัดการเรียนรู้  ซึ่งในปีงบประมาณ 2558 กำหนดค่าเป้าหมายให้อาจารย์ร้อยละ 50 ต้องมีรายวิชาสอนในระบบอีเลิร์นนิ่ง และกำหนดค่าเป้าหมายในระยะ 3 ปี ข้างหน้าผู้สอนต้องมีการจัดการสอนในระบบอีเลิร์นนิ่งร้อยละ 80 และมีค่าเป้าหมายในการติดตามผลการขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง รวมทั้งการสอบวัดทักษะ ICT Skill (ICT Skill Exit-Exam) บัณฑิตก่อนสำเร็จการศึกษา ก่อนออกไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพ เพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์บัณฑิต "เก่งไอที" ของบัณฑิตให้เด่นชัดยิ่งขึ้นต่อไป

    กิจกรรมอบรมปฏิบัติการอีเลิร์นนิ่งขั้นพื้นฐาน อาจารย์ใหม่  มรย. วันที่ 10-11 สิงหาคม 2558

    อ่านข้อมูลเพิ่มเติม: