วันพุธที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ความสำเร็จกระบวนการให้คำปรึกษาโครงการวิจัยผ่านเครื่องมือบนคลาวน์คอมพิวติ้ง


Google Mail ในการติดต่อสื่อสารและค้นคืนเรื่องเดิม
Google Mail สำหรับการติดตามและการสื่อสารอย่างเป็นทางการ สะดวกในการค้นคืน
  
      ยุคปัจจุบัน ดังที่ได้เรารับรู้รับทราบความสำคัญของเครือข่ายคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะอินเทอร์เน็ต และเทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) ทีี่เชื่อมโยงทุกสิ่งทุกอย่างเข้าด้วยกันอย่างไร้ข้อจำกัดด้านระยะทาง เวลา และสถานที่ มีผลทำให้วิถีการดำเนินชีวิต การเรียนรู้ การทำงานของเราเปลี่ยนไป จากแบบเดิมๆ ในอดีตอย่างมากมาย ซึ่งหากเราเองใม่เรียนรู้ที่จะปรับตัว เราอาจอยู่ในสังคมโดยขาดโอกาสในหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะในเรื่องที่ได้ปรับเปลี่ยนไปใช้ไอซีทีเป็นเครื่องมือแทนวิถีแบบเดิมๆ 
    สำหรับการจัดการเรียนรู้หรือการศึกษาของหลักสูตรก็เช่นกัน ทั้งโครงสร้าง รายวิชาเนื้อหาและระยะเวลาที่ใช้ในหลักสูตรอาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนกันอย่างขนานใหญ่ รวมถึงบทบาทของผู้สอนที่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการสอนให้ทันต่อวิถีชีวิตของผู้เรีียนในศตวรรษที่ 21  ในที่นี้ ขอยกตัวอย่างกรณีศึกษาการสอนในหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ. 5 ปี) สาขาคอมพิวเตอร์ศึกษา  คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ในรายวิชาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ซึ่งนักศึกษาต้องออกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา (โรงเรียน) เป็นระยะเวลา 1 ปีการศึกษา นักศึกษาจะเลือกสถานศึกษาในเขตจังหวัดยะลา นราธิวาส และปัตตานี เป็นส่วนใหญ่ โดยในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่สอนในสถานศึกษา นักศึกษาต้องมีหน้าที่ปฏิบัติการสอน และมีกิจกรรมเสริมจำนวนมาก ได้แก่ มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมทุกประเภทในโรงเรียน นักศึกษาต้องพัฒนาโครงการ (Project) เพื่อการพัฒนานักเรียน ครูผู้สอน หรือพัฒนาโรงเรียน ที่สำคัญนักศึกษาแต่ละคนจะต้องทำ "โครงการวิจัยพัฒนาการเรียนรู้หรือวิจัยชั้นเรียน" เป็นรายบุคคล คนละ 1 เรื่อง โดยใช้องค์ความรู้จากหลักสูตรและปัญหาที่พบในโรงเรียนหรือห้องเรียนในการทำวิจัย และดำเนินการวิจัย จัดทำรายงานการวิจัยให้เสร็จสิ้นในภาคเรียนที่ 2 ของปีการศึกษา โดยมีครูพี่เลี้ยง อาจารย์นิเทศก็ประจำโรงเรียน และอาจารย์นิเทศก์ประจำหลักสูตรให้คำปรึกษา

วันพฤหัสบดีที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2560

การเรียนรู้นอกห้องเรียน: สร้างบรรยากาศและแรงจูงใจให้แก่นักศึกษา

การจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนสี่เหลี่ยม ประกอบด้วยอาจารย์ผู้สอนยืนอยู่หน้าชั้นเรียน นักเรียนหรือนักศึกษานั่งประจำโต๊ะ (ถึงแม้จะเป็นห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์) เป็นอย่างนี้ทุกครั้งในชั่วโมงสอน ก็อาจสร้างบรรยากาศที่น่าเบื่อหน่าย ขาดแรงจูงใจ ไม่สะดวกในการทำกิจกรรมกลุ่ม ไม่เป็นบรรยากาศที่สนองตอบวิถีชีวิตแบบ Life Stye ของนักศึกษาในยุค Gen Y ทำให้เกิดสถานการณ์ "สอนมาก เรียนน้อย" ซึ่งอาจจะไม่เกิดการเรียนรู้ในการสอนครั้งนั้นเลยก็ได้ เพราะผู้เรียนไม่ได้มีโอกาสการลงมือทำในกิจกรรมที่ผู้สอนมอบหมาย
      การจัดการเรียนรู้ในรายวิชาเว็บช่วยสอน (Web-based Instruction: WBI) ของสาขาคอมพิวเตอร์ศึกษา (http://science.yru.ac.th/computer) ซึ่งเนื้อหาสำคัญของวิชาส่วนใหญ่เป็นทฤษฎี ข้อมูล ข้อและเท็จจริง (Fact)  ที่ผู้เรียนสามารถสืบค้นได้ทั้งหมดด้วย Google ดังนั้น ผู้สอนจึงจะต้องออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ให้เกิดการเรียนรู้ด้วยการลงมือทำ (Learning by Doing) และเลือกใช้โดยใช้แนวคิดของการเรียนรู้ด้วยโครงงานเป็นฐาน (Project-based Learning: PjBL) ร่วมกับการเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีม (Team-based Learning: TBL) ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สนับสนุนการสอนแบบ Active Learning  โดยผู้เรียนจะต้องมีชิ้นงานหรือผลงาน ที่เกิดจากการทำกิจกรรมของทีมหรือกลุ่ม ผู้สอนจะให้โอกาสได้ทำกิจกรรมนอกห้องเรียน นอกห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ เช่น การใช้ห้องเสริมการเรียนรู้ (ห้องติว) ซึ่งมหาวิทยาลัยจัดเตรียมไว้ให้ที่ศูนย์บรรณสารสนเทศ สำนักวิทยบริการฯ เป็นสถานที่ที่สนับสนุนการเรียนรู้ตามสไตล์ของนักศึกษา Gen Y ที่เน้นความสะดวกสบาย ความเป็นส่วนตัว มีอุปกรณ์สนับสนุนในการทำกิจกรรม มี Wifi ความเร็วสูง เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ทุกเวลา นับเป็นการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่เสริมแรงจูงใจ
    จากนั้น ผู้เรียนสรุปผลการเรียนรู้เผยแพร่ในชุมชนรายวิชา (Google+) และสรุปสาระการเรียนรู้ในเว็บบล็อกของตนเอง เพื่อทบทวนสิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ ผู้สอนติดตามให้ข้อเสนอแนะ ทำหน้าที่เป็น Coach ให้ข้อคิดเห็นในการปรับปรุง เอกสารทุกอย่างแชร์และทำงานร่วมกันใน Google Drive ทำให้การเรียนรู้ของรายวิชาไม่มีรายงาน ทุกอย่างไร้กระดาษ Paperless สร้างทักษะดิจิทัลให้แก่ผู้เรียนไปพร้อมๆ กับการเรียนรู้



วันเสาร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2560

การเรียนรู้จากผลงานวิจัย: การออกแบบกิจกรรมนำเสนอผลการเรียนรู้ผ่านคลิปวิดีทัศน์สร้าง Active Learner


ทักษะการออกแบบการจัดการเรียนรู้ในยุคศตวรรษที่ 21 นับเป็นทักษะสำคัญของผู้สอนในยุคนี้ ที่จะต้องเน้นทักษะการออกแบบสถานการณ์การเรียนรู้ ให้สอดคล้องกับชีวิตจริง เนื่องจากผู้เรียนโดยเฉพาะในระดับปริญญาตรี เป็นผู้เรียนในยุค "Gen Y"  [อ่านเพิ่มเติม ...] ที่มีบุคลิก ลักษณะนิสัย วิธีการเรียนรู้ที่เขาเกิดมาพร้อมกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต การสื่อสารข้อมูล  ต่างจากในยุคอดีตที่ผู้สอนส่วนใหญ่อาจเกิดในยุค "Gen X" หรือก่อนหน้านั้น "Baby Boomer" และหากผู้สอนยังไม่ปรับตัว ปรับวิธีคิด เปลี่ยนวิธีสอน ยังหลงอยู่ในยุค Gen X อีก ก็อาจจะไม่สามารถสอนนักศึกษาในยุคปัจจุบันได้ หรือสอนได้แต่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์การการเรียนรู้ (ห้องเรียน) ได้ อาจจะเป็นการกักขังผู้เรียนให้อยู่ในห้องเรียนแบบดั้งเดิม (Traditional Classroom) ที่น่าเบื่อ มีผู้สอนเป็นผู้ควบคุม เป็นศูนย์กลางการสอน แต่ไม่ใช้การเรียนรู้
   การจัดการเรีียนรู้ในระดับปริญญาตรี สาขาคอมพิวเตอร์ศึกษา ซึ่งบัณฑิตสาขานี้ จะสำเร็จการศึกษาออกไปเป็นครูพันธุ์ใหม่ใช้ไอซีทีเป็นเครื่องมือออกแบบการเรียนรู้ มีความเชี่ยวชาญในการออกแบบการเรียนรู้ สถานการณ์การเรียนรู้ที่ใช้ไอซีทีเป็นเครื่องมือ เข้าใจนักเรียนในยุค Gen Y สามารถประยุกต์ใช้ความก้าวหน้าของไอซีที ให้เกิดประโยชน์ต่อการสร้างนักเรียนพันธุ์ใหม่ ที่จะเป็นผู้สร้างสรรค์มากกว่าการเป็นผู้ใช้อย่างเดียว เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของคนในการนำพาประเทศไปสู่ "ประเทศไทย 4.0" ตามวิสัยทัศน์ชาติ "มั่งคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมและมูลค่าเพิ่ม เพื่อการพึงพาตนเองได้ในอนาคต
   จากประสบการณ์การสอนรายวิชา เว็บช่วยสอน (Web-based Instruction) ในการสอนเนื้อหาตามคำอธิบายรายวิชาในประเด็น "ศึกษาเอกสารผลงานวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาบทเรียนผ่านเว็บ" ผู้สอนกำหนดเป็นงานมอบหมาย (Assignment) ในระบบอีเลิร์นนิ่ง โดยการแบ่งนักศึกษาทำงานเป็นทีม (เน้นสร้างทักษะการทำงานเป็นทีม การสร้างสรรค์ผลงาน การคิดวิเคราะห์ในการวางแผนร่วมกัน) โดยกำหนดให้แต่ละทีม ศึกษาเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้องจากฐานข้อมูล Thailis (http://www.thailis.or.th/tdc) โดยศึกษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์สาระสำคัญของงานวิจัย ออกแบบการนำเสนอ (presentation) โดยใช้คลิปวิดีโอเผยแพร่ใน Youtube โดยใช้ความรู้และทักษะจากรายวิชาที่ผ่านมา จากนั้นให้แต่ละทีมนำเสนอและแชร์ผ่านชุมชนรายวิชาใน Google+ โดยกระบวนการเรียนรู้ในหัวข้อนี้ เน้นการเรียนรู้นอกคาบ เรียน ใช้สถานที่นอกห้องเรียน เช่น ห้องกิจกรรมเสริมการเรียนรู้กลุ่ม ที่ศูนย์บรรณสารสนเทศ สำนักวิทยบริการฯ จัดให้บริการ หลังจากนั้น ให้ผู้เรียนทุกคนสรุปผลการเรียนรู้ของตนเองและทีมในกิจกรรมนี้ เผยแพร่ในเว็บบล็อกของตนเอง (กิจกรรมหนึ่งในรายวิชา)


    ผลการจัดการเรียนรู้ พบว่า แต่ละทีมสามารถสร้างผลงานนำเสนอได้เสร็จทันตามกำหนดเวลา และสร้างความตื่นเต้น สนุกสนานในการเรียนรู้ ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง เกิดทักษะการทำงานเป็นทีม รวมถึงทำให้ผู้สอนเอง มีเวลาในการวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล จากการแสดงพฤติกรรมของผู้เรียนผ่านการบันทึกวิดีโอคลิป นักศึกษาสามารถนำทักษะและเทคนิคการจัดการเรียนรู้ ไปปรับประยุกต์ใช้เมื่อออกไปประกอบวิชาชีพครูในอนาคต
    ตัวอย่างผลงานของนักศึกษาแต่ละทีม ซึ่่งผู้สอนมีหน้าที่ในการให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงของแต่ละทีม หรือแต่ละบุคคลผ่านชุมชนการเรียนรู้ Google+


วันอังคารที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2560

การเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีม: กิจกรรมนอกห้องเรียนแบบเดิม เน้นกิจกรรมการเรียนรู้นอกกรอบ

การจัดการเรียนรู้ในรายวิชา WBI ผู้สอนออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับเป้าประสงค์ของรายวิชา จัดสถานการณ์การเรียนรู้ในสภาพชีวิตจริง (ทำงาน) โดยจัดการเรียนรู้ในระบบอีเลิร์นนิ่ง ร่วมกับการใช้เครื่องมือจัดการเรียนรู้ใน Google App for Education และเน้นกิจกรรมเป็น Team-based Learning: TBL ให้อิสระผู้เรียนได้ทำกิจกรรมกลุ่มด้วยทักษะการสร้างทีม เน้นการส่งเสริมทักษะการคิด วิเคราะห์ และนำเสนอ สามารถทำกิจกรรมการเรียนรู้ ณ สถานที่ใดๆ ก็ได้ ที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ ทำให้ผู้เรียนทุกคนซึ่งเป็นสมาชิกในทีมได้มีโอกาสลงมือทำ ร่วมกันรับผิดชอบในการทำกิจกรรมของทีม สร้างชิ้นงานได้ ไม่เบื่อหน่ายกับสภาพห้องเรียนสี่เหลี่ยมแบบดั้งเดิมที่เคยเรียนมา โดยมีผู้สอนเป็นผู้ควบคุมชั้นเรียน ผู้เรียนเป็นผู้ตาม (หลับ)



     ยิ่งกว่านั้น กิจกรรมการเรียนรู้แบบนี้ ยังส่งเสริมให้เกิด Active Learning เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มีโอกาสนำเสนอด้วยวาจาทุกคน ฝึกฝนทักษะการใช้ภาษาไทย  (ผู้สอนทำหน้าที่เป็น Commentator) และเมื่อเสร็จสิ้นการเรียนรู้แต่ละครั้ง ผู้เรียนทุกคนต้องสรุปผลการเรียนในเว็บบล็อก (เขียน) ของแต่ละคน เป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งของการประเมินผลแบบสภาพจริง ที่เน้นการประเมินผลงานหรือชิ้นงาน (ทักษะ) มากกว่าการประเมินความรู้ ความจำ (ทดสอบ) ทำให้สามารถส่งเสริมบัณฑิตให้เกิดทักษะปฏิบัติจากการลงมือทำจริง ทักษะการเขียน ซึ่งเป็นการเสริมสร้างอัตลักษณ์นักศึกษาสาขาคอมพิวเตอร์ศึกษา (ค.บ. 5 ปี) คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ให้โดดเด่นตามวิสัยทัศน์ของหลักสูตรได้ "เก่งศาสตร์ เก่งจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และเน้นประยุกต์ใช้ไอซีทีเป็นฐาน" (http://science.yru.ac.th/computer)


วันจันทร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

การส่งเสริมสู่ครูมืออาชีพหรือครูพันธุ์ใหม่ สาขาคอมพิวเตอร์ศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา

กล่าวได้ว่า ครู คือ ปัจจัยสำคัญที่สุดสำหรับความสำเร็จของการปฏิรูปการศึกษาแห่งชาติ เพื่อพัฒนาการศึกษาไปสู่การจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ ปัจจุบันมีหลายมหาวิทยาลัยมีหลักสูตรผลิตครู 5 ปี โดยกำหนดให้เรียนตามหลักสูตร 4 ปี และออกฝึกปฏิบัติการสอนจริงในโรงเรียนหรือสถานศึกษาอีก 1 ปี ซึ่งคาดว่าจะเป็นระบบการผลิตครูที่ได้ประสิทธิภาพ ประสบการณ์ตรงที่นักศึกษาครูได้รับ จะส่งเสริมให้บัณฑิตเหล่านี้เป็นครูพันธุ์ใหม่ที่มีคุณภาพ "เก่งทักษะการจัดการเรียนรู้" ออกไปเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้แบบใหม่ๆ ให้มีคุณภาพ กระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ปลูกฝังการเป็นนักคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ เก่งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ การใช้ไอซีทีเป็นเครื่องมือการเรียนรู้และสร้างชิ้นงาน  เป็นการส่งเสริมการผลิตกำลังคนของชาติในอนาคตให้สอดรับกับวิสัยทัศน์ของชาติในระยะ 20 ปี ที่รู้จักในชื่อ "ประเทศไทย 4.0" หรือ "Thailand 4.0" ซึ่งคุณภาพของคนในชาติ เป็นปัจจัยความสำเร็จการก้าวไปสู่วิสัยทัศน์ดังกล่าวที่สำคัญมากที่สุด

 

 
   ดังนั้น การปฐมนิเทศนักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ.) สาขาคอมพิวเตอร์ศึกษาก่อนไป
ฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู สาขาคอมพิวเตอร์ศึกษา ปีการศึกษา 2560 จึงได้นำประสบการณ์การออกไปนิเทศนักศึกษารุ่นพี่ปีการศึกษา 2559 ที่ผ่านมา ซึ่งยังพบข้อสังเกตหลายๆ ประการ ที่นักศึกษาในรุ่นต่อไปจำเป็นต้องนำมาปรับปรุง ได้แก่

  • นักศึกษายังไม่สามารถประยุกต์ใช้ทฤษฎีการจัดการเรียนรู้ไปสู่การปฏิบัติได้อย่างชัดเจน กระบวนการจัดการเรียนรู้ ยังไม่ต่างจากสภาพการเรียนการสอนของนักเรียน หรือของครูพี่เลี้ยงที่ผ่านมา 
  • นักศึกษายังใช้เวลาในการทำกิจกรรมเสริม กิจกรรมพิเศษของโรงเรียนมาก (อาจเป็นนโยบายของผู้บริหาร) ทำให้มีเวลาในการคิดวิเคราะห์เพื่อการออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับทักษะในชีวิตจริง ซึ่งนักเรียนจำเป็นต้องใช้ในอนาคต เช่น การใช้ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ กระบวนการทำงานเป็นทีม การสร้างลักษณะนิสัยกระหายใคร่รู้ ความรับผิดชอบ ยังเน้น ให้นักเรียนเห็นความสำคัญของคะแนนจากการทดสอบเป็นด้วยแบบทดสอบเป็นสำคัญ มากกว่าการประเมินพฤติกรรมหรือผลสำเร็จของการเรียนรู้ หรือจากชิ้นงานอย่างหลากหลาย ยังไม่สามารถให้ข้อเสนอแนะนักเรียนเป็นรายบุคคลได้
  • การวิจัยพัฒนาการเรียนรู้ ยังไม่ค่อยเชื่อมโยงกับปัญหาที่เกิดจริงๆ ในห้องเรียนหรือในโรงเรียน ผลการวิจัยยังไม่สามารถพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนได้อย่างเด่นชัด

กิจกรรมนิเทศนักศึกษาที่อยู่ในความดูแลในวันนี้ (2 พฤษภาคม 2560) จึงเป็นกิจกรรมสำคัญ เพื่อช่วยแนะนำให้นักศึกษาที่จะออกไปปฏิบัติหน้าที่ครูผู้สอนในโรงเรียน ได้รับรู้และเตรียมปรับตัวให้การลงพื้นที่ปฏิบัติการสอนให้มีประสิทธิภาพ และสัมฤทธิ์ผลตามที่หลักสูตรครุศาตรบัณฑิต (ค.บ.5 ปี) สาขาคอมพิวเตอร์ศึกษาตั้งเป้าหมายไว้ต่อไป ทั้งนี้ จะได้มีโอกาสติดตามผลงานของนักศึกษากลุ่มดังกล่าวผ่านเว็บบล็อกของนักศึกษาเอง และการเผยแพร่ในชุมชนของการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ

อ่านเพิ่มเติม: