แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเรียนรู้ทุกแห่งหน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเรียนรู้ทุกแห่งหน แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2561

การออกแบบการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning

การออกแบบการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก ซึ่งส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ อยากจะเรียนรู้ นับเป็นปัญหาสำคัญของผู้สอนในยุคปัจจุบัน ที่ผู้เรียนกำลังเปลี่ยนถ่ายเป็นการเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีเป็นหลัก ผู้เรียนกำลังเปลี่ยนถ่ายไปสู่ Digital Transformation Learner ด้วยอัตราเร่งที่รวดเร็ว แต่ผู้สอนเองยังคงจัดการเรียนรู้แบบดั้งเดิม ที่ง่ายและสะดวกต่อการสอนเพื่อสอบ
   การจัดการเรียนรู้ในรายวิชาเว็บช่วยสอน (Web-based Instruction: WBI) ในหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ.) สาขาคอมพิวเตอร์ศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา (http://science.yru.ac.th/computer) จึงจำเป็นต้องออกแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมินค่า และนำไปประยุกต์ใช้ได้ โดยเน้นการใช้ไอซีทีเป็นเครื่องมือในการจัดการเรียนรู้ โดยใช้เทคนิคต่างๆ ร่วมกัน (Blended Learning) ได้แก่  การแบ่งกลุ่มย่อย กลุ่มละ 4 คน ออกแบบและมอบหมายงาน (Assignment) ให้ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง โดยผู้สอนกำหนดกรอบเนื้อหา วัตถุประสงค์ และเป้าหมายในการจัดการเรียนรู้ การทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มใช้เครื่องมือ Google App for Education ได้แก่ Google Slide (เน้นออกแบบและสร้างเป็น Infographic) สำหรับการทำงานร่วมกันเป็นทีม นำเสนอผลงานของแต่ละทีมไปแชร์กันที่ชุมชนของรายวิชา ที่สร้างโดยใช้ Google+ 
    จากนั้น เน้นให้ทุกคนในทีมมีโอกาสนำเสนอผลงานของกลุ่มหน้าชั้นเรียนอย่างสร้างสรรค์  ออกแบบเป็นกิจกรรมเชิงรุก ทั้งนี้ โดยมีผู้สอนทำหน้าที่ให้ข้อคิดเห็น เสริมความรู้ในส่วนที่เกี่ยวข้อง เมื่อแต่ละกลุ่มนำเสนอเรียบร้อย หลังจากนั้นให้ผู้เรียนแต่ละคน บันทึกผลการเรียนรู้ประจำวันในเว็บบล็อกของตนเอง เพื่อสร้างทักษะการเขียน การสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ

 

 
       

วันพุธที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ความสำเร็จกระบวนการให้คำปรึกษาโครงการวิจัยผ่านเครื่องมือบนคลาวน์คอมพิวติ้ง


Google Mail ในการติดต่อสื่อสารและค้นคืนเรื่องเดิม
Google Mail สำหรับการติดตามและการสื่อสารอย่างเป็นทางการ สะดวกในการค้นคืน
  
      ยุคปัจจุบัน ดังที่ได้เรารับรู้รับทราบความสำคัญของเครือข่ายคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะอินเทอร์เน็ต และเทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) ทีี่เชื่อมโยงทุกสิ่งทุกอย่างเข้าด้วยกันอย่างไร้ข้อจำกัดด้านระยะทาง เวลา และสถานที่ มีผลทำให้วิถีการดำเนินชีวิต การเรียนรู้ การทำงานของเราเปลี่ยนไป จากแบบเดิมๆ ในอดีตอย่างมากมาย ซึ่งหากเราเองใม่เรียนรู้ที่จะปรับตัว เราอาจอยู่ในสังคมโดยขาดโอกาสในหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะในเรื่องที่ได้ปรับเปลี่ยนไปใช้ไอซีทีเป็นเครื่องมือแทนวิถีแบบเดิมๆ 
    สำหรับการจัดการเรียนรู้หรือการศึกษาของหลักสูตรก็เช่นกัน ทั้งโครงสร้าง รายวิชาเนื้อหาและระยะเวลาที่ใช้ในหลักสูตรอาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนกันอย่างขนานใหญ่ รวมถึงบทบาทของผู้สอนที่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการสอนให้ทันต่อวิถีชีวิตของผู้เรีียนในศตวรรษที่ 21  ในที่นี้ ขอยกตัวอย่างกรณีศึกษาการสอนในหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ. 5 ปี) สาขาคอมพิวเตอร์ศึกษา  คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ในรายวิชาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ซึ่งนักศึกษาต้องออกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา (โรงเรียน) เป็นระยะเวลา 1 ปีการศึกษา นักศึกษาจะเลือกสถานศึกษาในเขตจังหวัดยะลา นราธิวาส และปัตตานี เป็นส่วนใหญ่ โดยในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่สอนในสถานศึกษา นักศึกษาต้องมีหน้าที่ปฏิบัติการสอน และมีกิจกรรมเสริมจำนวนมาก ได้แก่ มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมทุกประเภทในโรงเรียน นักศึกษาต้องพัฒนาโครงการ (Project) เพื่อการพัฒนานักเรียน ครูผู้สอน หรือพัฒนาโรงเรียน ที่สำคัญนักศึกษาแต่ละคนจะต้องทำ "โครงการวิจัยพัฒนาการเรียนรู้หรือวิจัยชั้นเรียน" เป็นรายบุคคล คนละ 1 เรื่อง โดยใช้องค์ความรู้จากหลักสูตรและปัญหาที่พบในโรงเรียนหรือห้องเรียนในการทำวิจัย และดำเนินการวิจัย จัดทำรายงานการวิจัยให้เสร็จสิ้นในภาคเรียนที่ 2 ของปีการศึกษา โดยมีครูพี่เลี้ยง อาจารย์นิเทศก็ประจำโรงเรียน และอาจารย์นิเทศก์ประจำหลักสูตรให้คำปรึกษา

วันอังคารที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2560

การเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีม: กิจกรรมนอกห้องเรียนแบบเดิม เน้นกิจกรรมการเรียนรู้นอกกรอบ

การจัดการเรียนรู้ในรายวิชา WBI ผู้สอนออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับเป้าประสงค์ของรายวิชา จัดสถานการณ์การเรียนรู้ในสภาพชีวิตจริง (ทำงาน) โดยจัดการเรียนรู้ในระบบอีเลิร์นนิ่ง ร่วมกับการใช้เครื่องมือจัดการเรียนรู้ใน Google App for Education และเน้นกิจกรรมเป็น Team-based Learning: TBL ให้อิสระผู้เรียนได้ทำกิจกรรมกลุ่มด้วยทักษะการสร้างทีม เน้นการส่งเสริมทักษะการคิด วิเคราะห์ และนำเสนอ สามารถทำกิจกรรมการเรียนรู้ ณ สถานที่ใดๆ ก็ได้ ที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ ทำให้ผู้เรียนทุกคนซึ่งเป็นสมาชิกในทีมได้มีโอกาสลงมือทำ ร่วมกันรับผิดชอบในการทำกิจกรรมของทีม สร้างชิ้นงานได้ ไม่เบื่อหน่ายกับสภาพห้องเรียนสี่เหลี่ยมแบบดั้งเดิมที่เคยเรียนมา โดยมีผู้สอนเป็นผู้ควบคุมชั้นเรียน ผู้เรียนเป็นผู้ตาม (หลับ)



     ยิ่งกว่านั้น กิจกรรมการเรียนรู้แบบนี้ ยังส่งเสริมให้เกิด Active Learning เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มีโอกาสนำเสนอด้วยวาจาทุกคน ฝึกฝนทักษะการใช้ภาษาไทย  (ผู้สอนทำหน้าที่เป็น Commentator) และเมื่อเสร็จสิ้นการเรียนรู้แต่ละครั้ง ผู้เรียนทุกคนต้องสรุปผลการเรียนในเว็บบล็อก (เขียน) ของแต่ละคน เป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งของการประเมินผลแบบสภาพจริง ที่เน้นการประเมินผลงานหรือชิ้นงาน (ทักษะ) มากกว่าการประเมินความรู้ ความจำ (ทดสอบ) ทำให้สามารถส่งเสริมบัณฑิตให้เกิดทักษะปฏิบัติจากการลงมือทำจริง ทักษะการเขียน ซึ่งเป็นการเสริมสร้างอัตลักษณ์นักศึกษาสาขาคอมพิวเตอร์ศึกษา (ค.บ. 5 ปี) คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ให้โดดเด่นตามวิสัยทัศน์ของหลักสูตรได้ "เก่งศาสตร์ เก่งจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และเน้นประยุกต์ใช้ไอซีทีเป็นฐาน" (http://science.yru.ac.th/computer)


วันอาทิตย์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2560

แลกเปลี่ยนประสบการณ์การเข้าร่วมงาน Education ICT forum 2017

ระหว่างวันที่ 26-27 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา มีโอกาสได้เข้าร่วมงาน Education ICT Forum 2017 (http://educationictforum.com) ซึ่งในปีนี้กำหนด Theme ของการจัดงานคือ How To Reform Education System to Accelerate Thailand 4.0 งานจัดขึ้น ณ ห้องวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ถ.แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยเจ้าภาพหลัก คือกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศประเทศไทย โดยความร่วมมือและสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน ซึ่งได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ที่ประชุมอธิการบดี
แห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยต่างๆ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยรังสิต มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มหาวิยาลัยเทคโนโลยีมหานคร มหาวิทยาลัยสวนดุสิต มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ มหาวิยาลัยราชภัฏจันทรเกษฒ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม เป็นต้น
     ในพิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก ดร.พิเชษฐ์ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งให้ประเด็นคิดที่สำคัญหลายๆ ประการ โดยเฉพาะการดำเนินงานของรัฐบาลในการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีทีเพื่อรองรับการพัฒนาประเทศสู่ ประเทศไทย 4.0 ในระยะ 20 ปีข้างหน้าตามยุทธศาสตร์ พ.ศ. 2560-2579 แต่ที่สำคัญคือ การพัฒนาศักยภาพของคนให้สามารถรองรับการพัฒนาในอนาคตที่เน้นการใช้เทคโนโลยี ซึ่งภาคการศึกษาโดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ หน่วยงานรับผิดชอบการจัดการศึกษาทุกระดับของชาติ รวมทั้งการดูแลกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งจะเป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่ที่สำคัญในสังคมในอนาคตด้วย

 

 



  ประเด็นและสาระสำคัญที่ได้จากการเข้าร่วมสัมมนาที่นำมาแลกเปลี่ยนกันที่น่าสนใจ มีดังนี้
  • การปรับตัวของอุดมศึกษาไทย ทำอย่างไรที่จะรองรับการพัฒนาวิสัยทัศน์ชาติ "มั่งคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" สู่ "ประเทศไทย 4.0" ด้วยวิกฤติคุณภาพการศึกษา คุณภาพบัณฑิตไทยที่ยังไม่ตอบสนองและสนับสนุนการพัฒนาไปสู่ประเทศไทย 4.0 หรือประเทศไทย 4.0 ที่มุ่งเน้นการพัฒนาความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ คิดประดิษฐ์นวัตกรรม การสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยใช้บริบทของเทคโนโลยีของโลกที่ปรับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว 
  • การจัดการศึกษาที่เป็นแนวทางสนับสนุน Thailand 4.0 ที่สำคัญคือ ต้องปฏิรูปกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ เน้น Active Learning ตัวอย่างเช่น การใช้ STEM (Science, Technology, Engineer, Mathematic) เป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้  การพัฒนาโรงเรียนไปสู่  Innovative School ซึ่งจะเป็นรูปแบบที่ต่างปัจจุบัน เป็นต้น
  • ผลกระทบด้านการศึกษาของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ผู้เรียนเป็นผู้เลือกในสิ่งที่สนใจและอยาก
    เรียนรู้ เช่น เทคโนโลยีการจัดการเรียนรู้แบบเปิดสำหรับผู้สนใจเรียนกลุ่มใหญ่แบบออนไลน์
    ที่สามารถสมัครเข้าเรียนได้จากทั่วโลก เรียนกับผู้สอนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขา/วิชานั้นๆ จากอาจารย์ในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงระดับโลก หรือ จากผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพ เมื่อเรียนเสร็จได้ในใบรับรองคุณวุฒิ ที่เรียกว่าระบบการเรียนการสอนแบบ MOOC (Massive Open Online Course) เช่น Edx (https://www.edx.org) Saylor (https://www.saylor.org) Coursera (https://www.coursera.org) Khan Academy (https://www.khanacademy.org) เป็นต้น ซึ่งนวัตกรรมการเรียนรู้เหล่านี้ จะตอบสนองกับผู้เรียนยุค Gen Y หรือ Gen i ที่ต้องการเรียนรู้ในสิ่งที่ต้องการรู้และนำไปใช้ได้จริงๆ เรียนรู้กับผู้เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ มีชื่อเสียงระดับโลก ทำให้การจัดการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยในรูปแบบปกติ ต้องนำไปพิจารณาถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้กับระบบการเรียนการสอนในหลักสูตรปกติของมหาวิทยาลัย

   จากสาระสำคัญที่ได้จากการเข้าร่วมประชุมสัมมนาครั้งนี้ ลองสืบค้นในอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับแนวคิดที่นักการศึกษาไทยนำเสนอเกี่ยวกับ Education 4.0 ที่จะรองรับแนวคิด Thailand 4.0 ก็พบว่าท่าน ศ.ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ ได้นำเสนอสไลด์บรรยายเรื่อง การเรียนรู้สู่อนาคต: ความท้าทายในศตวรรษที่ 21 ไว้ อย่างน่าสนใจ  ท่านที่สนใจลองศึกษาเพิ่มเติมดู เพื่อเป็นแนวทางในการปรับตัวของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการศึกษาโดยตรง ทั้งเป็นผู้สอนและผู้กำหนดนโยบายขององค์กรด้านการศึกษา โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยไทย ที่นวัตกรรมเหล่านี้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยไทยอย่างแน่นอนในอนาคตอันใกล้นี้

เอกสารอ่านเพิ่มเติม:

วันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

Facebook เครือข่ายสังคมออนไลน์อันดับ 1 ใน 10 กับการประยุกต์ใช้เพื่อการเรียนการสอน

 
 
       ปัจจุบันนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า "เครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network)" เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้คนในยุคนี้ ไม่ว่าจะอยู่ในวัยเด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนคนวัยทำงานทั่วไป ไม่เว้นแม้แต่ผู้ที่อยู่ในวัยเกษียณอายุราชการแล้ว ที่หลายคนหันมาฝึกเล่น สมัครเป็นสมาชิกสังคมเครือข่าย ซึ่งปัจจุบันต้องยกให้เว็บไซต์ Facebook (http://www.facebook.com) ที่เป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่มีผู้สมัครเป็นสมาชิกมากถึง 750 คน ครองตำแหน่งเครือข่ายสังคมออนไลน์อันดับ 1 มายาวนาน ตามมาด้วย Twitter (http://www.twitter.com) จำนวนสมาชิก 250 ล้านคน Linkedin (https://www.linkedin.com/) จำนวน 110 ล้านคน  ส่วน Google+ ก็กำลังไล่ตามมาติดๆ ขยับอันดับขึ้นมาเรื่อยๆ อยู่ในอันดับที่ 6 ด้วยยอดสมาชิก 65 ล้านคน

วันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ยูบิควิตัส เลิร์นนิ่ง (Ubiquituos Learing: u-Learning) การเรียนรู้ทุกแห่งหนในยุคเว็บ 3.0

      การเรียนรู้ทุกแห่งหน (Ubiquitous Learning) หรือ u-Learning หมายถึง การเรียนรู้มีทุกหนทุกแห่งตามที่เครือข่ายคอมพิวเตอร์และการสื่อสารข้อมูลที่สามารถเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตได้ทั้งประเภทสายสัญญาณและไร้สายได้ในทุกหนทุกแห่ง โดยการเข้าถึงและแลกเปลี่ยนข้อมูลและเนื้อหาการเรียนรู้สามารถดำเนินการได้โดยใช้อุปกรณ์ประเภทเคลื่อนที่ สะดวกต่อการพกติดตามตัว เช่น Mobile Phone or Smart Phone, Tablet หรือ อาจเรียกว่าเป็นการเรียนรู้ได้ในสภาพแวดล้อมทุกแห่งหน (ubiquitous learning environment: ULE)  หรือเรียกว่า การเรียนรู้มีอยู่ทั่วไป (pervasive or omnipresent education or learning)  ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิด u-Learning ได้แก่ ความสะดวกของเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตที่สามารถติดต่อสื่อสารได้ในทุกๆ ที่และทุกเวลา ทุกสถานการณ์ด้วยการเชื่อมต่อด้วยอุปกรณ์เคลื่อนที่ติดตามตัวประสิทธิภาพสูง รวมทั้ง ความก้าวหน้าของเว็บในยุค 2.0 ที่สนับสนุนให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลได้ 2 ทิศทางได้โดยสะดวก ไม่มีค่าใช้จ่าย ด้วยความก้าวหน้าของเว็บ 3.0  ที่เป็นเว็บที่ฉลาดมากยิ่งขึ้น สามารถนำเสนอสารสนเทศที่ตรงกับพฤติกรรมและความต้องการของผู้เรียนอย่างมีประสิทธิภาพ