แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิชาชีพครู แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิชาชีพครู แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

การส่งเสริมสู่ครูมืออาชีพหรือครูพันธุ์ใหม่ สาขาคอมพิวเตอร์ศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา

กล่าวได้ว่า ครู คือ ปัจจัยสำคัญที่สุดสำหรับความสำเร็จของการปฏิรูปการศึกษาแห่งชาติ เพื่อพัฒนาการศึกษาไปสู่การจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ ปัจจุบันมีหลายมหาวิทยาลัยมีหลักสูตรผลิตครู 5 ปี โดยกำหนดให้เรียนตามหลักสูตร 4 ปี และออกฝึกปฏิบัติการสอนจริงในโรงเรียนหรือสถานศึกษาอีก 1 ปี ซึ่งคาดว่าจะเป็นระบบการผลิตครูที่ได้ประสิทธิภาพ ประสบการณ์ตรงที่นักศึกษาครูได้รับ จะส่งเสริมให้บัณฑิตเหล่านี้เป็นครูพันธุ์ใหม่ที่มีคุณภาพ "เก่งทักษะการจัดการเรียนรู้" ออกไปเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้แบบใหม่ๆ ให้มีคุณภาพ กระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ปลูกฝังการเป็นนักคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ เก่งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ การใช้ไอซีทีเป็นเครื่องมือการเรียนรู้และสร้างชิ้นงาน  เป็นการส่งเสริมการผลิตกำลังคนของชาติในอนาคตให้สอดรับกับวิสัยทัศน์ของชาติในระยะ 20 ปี ที่รู้จักในชื่อ "ประเทศไทย 4.0" หรือ "Thailand 4.0" ซึ่งคุณภาพของคนในชาติ เป็นปัจจัยความสำเร็จการก้าวไปสู่วิสัยทัศน์ดังกล่าวที่สำคัญมากที่สุด

 

 
   ดังนั้น การปฐมนิเทศนักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ.) สาขาคอมพิวเตอร์ศึกษาก่อนไป
ฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู สาขาคอมพิวเตอร์ศึกษา ปีการศึกษา 2560 จึงได้นำประสบการณ์การออกไปนิเทศนักศึกษารุ่นพี่ปีการศึกษา 2559 ที่ผ่านมา ซึ่งยังพบข้อสังเกตหลายๆ ประการ ที่นักศึกษาในรุ่นต่อไปจำเป็นต้องนำมาปรับปรุง ได้แก่

  • นักศึกษายังไม่สามารถประยุกต์ใช้ทฤษฎีการจัดการเรียนรู้ไปสู่การปฏิบัติได้อย่างชัดเจน กระบวนการจัดการเรียนรู้ ยังไม่ต่างจากสภาพการเรียนการสอนของนักเรียน หรือของครูพี่เลี้ยงที่ผ่านมา 
  • นักศึกษายังใช้เวลาในการทำกิจกรรมเสริม กิจกรรมพิเศษของโรงเรียนมาก (อาจเป็นนโยบายของผู้บริหาร) ทำให้มีเวลาในการคิดวิเคราะห์เพื่อการออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับทักษะในชีวิตจริง ซึ่งนักเรียนจำเป็นต้องใช้ในอนาคต เช่น การใช้ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ กระบวนการทำงานเป็นทีม การสร้างลักษณะนิสัยกระหายใคร่รู้ ความรับผิดชอบ ยังเน้น ให้นักเรียนเห็นความสำคัญของคะแนนจากการทดสอบเป็นด้วยแบบทดสอบเป็นสำคัญ มากกว่าการประเมินพฤติกรรมหรือผลสำเร็จของการเรียนรู้ หรือจากชิ้นงานอย่างหลากหลาย ยังไม่สามารถให้ข้อเสนอแนะนักเรียนเป็นรายบุคคลได้
  • การวิจัยพัฒนาการเรียนรู้ ยังไม่ค่อยเชื่อมโยงกับปัญหาที่เกิดจริงๆ ในห้องเรียนหรือในโรงเรียน ผลการวิจัยยังไม่สามารถพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนได้อย่างเด่นชัด

กิจกรรมนิเทศนักศึกษาที่อยู่ในความดูแลในวันนี้ (2 พฤษภาคม 2560) จึงเป็นกิจกรรมสำคัญ เพื่อช่วยแนะนำให้นักศึกษาที่จะออกไปปฏิบัติหน้าที่ครูผู้สอนในโรงเรียน ได้รับรู้และเตรียมปรับตัวให้การลงพื้นที่ปฏิบัติการสอนให้มีประสิทธิภาพ และสัมฤทธิ์ผลตามที่หลักสูตรครุศาตรบัณฑิต (ค.บ.5 ปี) สาขาคอมพิวเตอร์ศึกษาตั้งเป้าหมายไว้ต่อไป ทั้งนี้ จะได้มีโอกาสติดตามผลงานของนักศึกษากลุ่มดังกล่าวผ่านเว็บบล็อกของนักศึกษาเอง และการเผยแพร่ในชุมชนของการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ

อ่านเพิ่มเติม:

วันเสาร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2560

ทิศทางและโจทย์วิจัยการศึกษาของไทย: กรอบคิดสู่การพัฒนาสำหรับนักการศึกษาและผู้เกี่ยวข้อง

[Download]
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ (http://www.onec.go.th) ซึ่งเป็นองค์กรภาครัฐ เป็นแท่งหนึ่งในกระทรวงศึกษาธิการในทั้งหมด 5 องค์กรหลัก ซึ่งได้แก่  1) สำนักงานปลัดกระทรวง 2) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 3) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 4) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และ 5) สำนักงานคณะกรรมการเลขาธิการสภาการศึกษา

โดยที่สำนักงานคณะกรรมการเลขาธิการสภาการศึกษา มีพันธกิจที่สำคัญ
(http://www.onec.go.th/index.php/page/category/CAT0001068)

ดังนี้

[Download]
     1. จัดทำและขับเคลื่อนนโยบาย แผน และมาตรฐานด้านการศึกษา และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา รวมทั้งส่งเสริมความเสมอภาคของโอกาสทางการศึกษา และการมีงานทำ        2. ดำเนินงานวิจัย และส่งเสริม สนับสนุนการวิจัยเพื่อจัดทำและพัฒนานโยบาย แผน และมาตรฐานด้านการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ        3. ดำเนินงานติดตาม ประเมินผล และพัฒนาระบบประเมินผลด้านการจัดการศึกษา และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์        4. ดำเนินงานเกี่ยวกับกฎหมายด้านการศึกษา และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์        5. สร้างการมีส่วนร่วมในการจัดทำและขับเคลื่อนด้านการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ 
       6. เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการองค์กร โดยใช้หลักธรรมาภิบาล


ที่มา: สำนักงานสภาการศึกษา. (2559). ทิศทางและโจทย์วิจัยของการศึกษาไทย เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก.  จาก http://backoffice.onec.go.th/uploads/Book/1476-file.pdf 

เอกสารทางวิชาการ การรายงานเรื่อง “การวิจัยและพัฒนา เพื่อสร้างองค์ความรู้ นวัตกรรมและภูมิปัญญาทางการศึกษา" และเรื่อง "กรอบและทิศทางการวิจัยทางการศึกษา เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา"  ซึ่งเป็นผลงานที่เผยแพร่โดยสำนักงานคณะกรรมการเลขาธิการสภาการศึกษา นับเป็นประโยชน์ต่อนักการศึกษาของชาติ นักเรียน/นักศึกษาที่สนใจหรือกำลังศึกษาด้านครุศาสตร์ ด้านศึกษาศาสตร์ ด้านการศึกษา  รวมทั้งครู-อาจารย์ นักการศึกษาในโรงเรียน สถานศึกษา สถาบันการศึกษา ในการที่จะศึกษาเป็นแนวคิด เป็นกรอบและแนวทางในการพัฒนาการศึกษาของชาติ ผ่านกระบวนการจัดการเรียนรู้ตามบทบาทหน้าที่ของตนเอง การพัฒนาตนเองให้สอดคล้องกับสาระสำคัญในรายงาน หรือการทำวิจัยในประเด็นที่เกี่ยวข้อง หรือตามความถนัดและความสนใจของนักวิจัยด้านการศึกษาเอง โดยหวังว่าผลการวิจัยที่เกิดขึ้น จะเป็นประโยชน์ในการยกระดับคุณภาพการศึกษาของชาติให้มีคุณภาพยิ่งๆ ขึ้นต่อไป

วันอังคารที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2560

การเรียนรู้จากการปฏิบัติการวิจัยชั้นเรียนนักศึกษาสาขาคอมพิวเตอร์ศึกษา

การจัดการเรียนรู้ในรายวิชาปฏิบัติการสอน 2 ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 ในหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ.) สาขาคอมพิวเตอร์ (หรือสาขาคอมพิวเตอร์ศึกษา) มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ซึ่งอยู่ในความดูแลของอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรท่านละ 5-6 คน ผลงานวิจัยพัฒนาการเรียนรู้หรือวิจัยนวัตกรรมชั้นเรียน เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินผลในรายวิชาปฏิบัติการสอน 2 ของนักศึกษาในสายครู (ครุศาสตรบัณฑิต) ซึ่งร่วมกันผลิตในบางสาขาวิชาระหว่างคณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร และคณะครุศาสตร์ในบางสาขาวิชา เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ทั่วไป และคอมพิวเตอร์ โดยใช้ความแข็งแกร่งด้านวิชาการหรือในศาสตร์เฉพาะของคณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร (http://science.yru.ac.th)  และความเข้มข้นของกิจกรรมเสริม/กิจกรรมในหลักสูตรพัฒนาครู โดยหน่วยฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู คณะครุศาสตร์ (http://edu.yru.ac.th)
 

 


    สำหรับการทำวิจัยชั้นเรียนหรือพัฒนาการเรียนรู้ มุ่งเน้นในนักศึกษาปฏิบัติการสอนได้นำองค์ความรู้ที่ได้จากหลักสูตรไปแก้ปัญหาในชั้นเรียน โดยเฉพาะปัญหาหาการขาดแรงจูงใจ ขาดความสนใจ ความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ในรายวิชา โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือกระทำด้วยตนเอง ส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning  จากการประเมินในเบื้องต้น หัวข้อที่นักศึกษาสนใจจัดทำวิจัยชั้นเรียน จนสำเร็จเป็นเล่มรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์  (เพื่อการประกอบการประเมินผลการเรียนในรายวิชาโดมีสัดส่วน 10% แต่งานที่นักศึกษาทำค่อนข้างหนักมาก) มีรายชื่อวิจัยดังนี้
  1. ผลการใช้รูปแบบจัดการเรียนรู้เสริมทักษะการทำงานเป็นทีมโดยใช้ Team – based Learning ร่วมกับ Google App
     ผู้วิจัย นางสาวนพมาศ เจ๊ะกา
  2. ผลการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การทำงานของคอมพิวเตอร์ โดยใช้สื่อบนเทคโนโลยีคิวอาร์โค้ด
    ผู้วิจัย นายหญะร็อลอัสวัด ทองดี
  3. การพัฒนาการจัดการเรียนรู้ผ่านเว็บโดยใช้ Classstart เรื่อง เทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเทศบาล 4 (บ้านทรายทอง)
    ผู้วิจัย นางสาวฮาคีมะห์ สือแม
  4. การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้โปรแกรมประยุกต์ Google App สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านปะลุกาสาเมาะ
    ผู้วิจัย นายอาหะมะไฟโรส โตะละ
  5. การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ รายวิชาคอมพิวเตอร์กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี โดยใช้ โครงงานเป็นฐาน สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
    ผู้วิจัย นางสาวซัฟวานี ดอเลาะ
  6. การพัฒนาเว็บบล็อก เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ รายวิชาการงานอาชีพ 
    และเทคโนโลยีสารสนเทศของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 
    ผู้วิจัย นางสาวนูรีซา ลาแมปาแด

   จากข้อสังเกตและติดตามประเมินผลการดำเนินงานวิจัยของนักศึกษาปฏิบัติการสอน พบว่าสามารถเรียนรู้และดำเนินเนินการวิจัยจนสำเร็จได้ ด้วยความอุตสาหะ มานะพยายาม ซึ่งคาดว่านักศึกษาในสาขาวิชาทุกคน จะมีคุณลักษณะเดีียวกัน จึงนับเป็นอนาคตของการศึกษาในพื้นที่ ที่จะได้ครูที่มีคุณภาพ เก่งในเรื่องของศาสตร์ที่เรียน มีทักษะการสอนเน้นการใช้ไอซีที จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่กระตุ้นผู้เรียนให้สนใจ ได้ลงมือทำด้วยตนเอง ครูเหล่านี้ ก็จะเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปการศึกษาของชาติในประเด็น "ปฎิรูปกระบวนการจัดการเรียนรู้" ให้สำเร็จลุล่วงได้ต่อไป

วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

การสร้างสถานการณ์การเรียนรู้ฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และทักษะการเรียนรู้ศตวรรษที่ 21


บทบาทหน้าที่สำคัญของครูยุคใหม่ คือ การออกแบบสร้างสถานการณ์การเรียนรู้ในชีวิตจริง การประกอบอาชีพจริงในอนาคตให้แก่ผู้เรียน และเพื่อฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ การสังเคราะห์ มากกว่าการท่องจำและความเข้าใจเท่านั้น รวมทั้งเพื่อฝึกทักษะการใช้ไอซีทีสำหรับสร้างทักษะการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะทักษะด้านสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี เนื่องด้วยในปัจจุบันมีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่านทางสื่อและเทคโนโลยีมากมาย ผู้เรียนจึงต้องมีความสามารถในการแสดงทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและปฏิบัติงานได้หลากหลาย โดยอาศัยความรู้ในหลายด้าน ได้แก่ ความรู้ด้านสารสนเทศ ความรู้เกี่ยวกับสื่อ ความรู้ด้านเทคโนโลยี 
    ตัวอย่างการจัดสถานการณ์การเรียนรู้สำหรับนักศึกษา สาขาคอมพิวเตอร์ (ค.บ.5 ปี) http://comedu.yru.ac.th  เปิดสอนในโครงการจัดตั้งคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา (http://ict.yru.ac.th) ในรายวิชาการจัดการสารสนเทศทางการศึกษา ในกิจกรรมการเรียน บทที่ 2 ระบบสารสนเทศ ซึ่งเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นหลักการและข้อเท็จจริง (Fact) ผู้เรียนจึงสามารถศึกษาด้วยการอ่านด้วยตนเองได้เป็นส่วนใหญ่ เนื้อหาประกอบด้วย ความหมายของระบบสารสนเทศ องค์ประกอบระบบสารสนเทศ ประโยชน์ของสารสนเทศ ประเภทของระบบสารสนเทศและตัวอย่าง 
     การจัดการเรียนรู้ในรายวิชา เน้นการใช้ไอซีทีโดยใช้ ระบบอีเลิร์นนิ่ง (http://elearning.yru.ac.th) ของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาเป็นหลัก ร่วมกับซอฟต์แวร์ผ่านเทคโนโลยีคลาวน์คอมพิวเตอร์ เครือข่ายสังคมออนไลน์ เพื่อฝึกทักษะการคิดวิเคราะและสังเคราะห์ และฝึกทักษะแห่งการเรียนในศตวรรษที่ 21 ด้วย มีขั้นตอนการสร้างสถานการณ์การเรียนรู้ ดังนี้
  1. สร้างบทเรียนใน ระบบอีเลิร์นนิ่ง ในลักษณะของ e-Book แบบง่ายๆ ด้วยเครื่องมือใน Moodle LMS แล้วเผยแพร่เป็นบทเรียนมาตรฐานเป็น SCORM Package 
    บทเรียน e-Book เป็น SCORM Package สำหรับเป็นแหล่งเรียนรู้หลักในบทเรียน

  2. กำหนด งานมอบหมาย(Assignment) มีวัตถุประสงค์ให้ผู้เรียนศึกษาด้วยตนเองผ่าน e-Book ที่ผู้สอนจัดเตรียมเนื้อหาไว้ให้ หรือผู้เรียนสามารถสืบค้นจากแหล่งความรู้อื่นๆ ในอินเทอร์เน็ตเพิ่มเติมได้ โดยกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติงาน การส่งงาน และเกณฑ์การให้คะแนน
    งานมอบหมาย (Assignment) ผ่านระบบอีเลิร์นนิ่ง

  3. การบ้านกำหนดให้นักศึกษาศึกษาเนื้อหา แล้ววิเคราะห์และสังเคราะห์วาดเป็น ผังความคิด (Mind Map) ด้วยซอฟต์แวร์บนคลาวน์ คือ Cacoo ซึ่งผู้เรียนต้องติดตั้งเพิ่มใน Google Chrome เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสร้างผังความคิด (ใช้ Google Account ในการลงทะเบียน) โดยผังความคิดจะต้องมีความสัมพันธ์กันในหัวข้อหลัก หัวข้อรอง หัวข้อย่อย ( https://chrome.google.com/webstore/detail/cacoo-diagramming-real-ti/pcflmbddgcmomcfngehfhlajjapabojh?utm_source=chrome-ntp-icon)
    ติดตั้ง Cacoo ค้นหาจาก Chrome Web Store
    https://chrome.google.com/webstore/search/cacoo?utm_source=chrome-ntp-icon
  4. การบ้านกำหนดให้ผู้เรียน อธิบายสรุป "ผังความคิด" ที่ได้ ไม่เกิน 10 บรรทัด เพื่อฝึก ทักษะการอ่านและสรุปความ รวมทั้ง การเขียน (พิมพ์) โดยให้พิมพ์เป็นข้อสรุปไว้ต่อจาก "ผังความคิด" ของแต่ละคนในซอฟต์แวร์ Cacoo
    ตัวอย่างผลงานของนักศึกษาที่ส่งงาน
  5. การส่งการบ้าน ทำโดยให้ Copy ลิงก์ที่แชร์ไฟล์ "ผังความคิด" จากซอฟต์แวร์ Cacoo ส่งลิงก์ไว้ในระบบอีเลิร์นนิ่งในงานที่มอบหมาย เพื่อให้ผู้สอนสามารถตรวจงานได้สะดวก (ฝึกทักษะการแชร์เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกลุ่ม)
    ตัวอย่างการส่งลิงก์ที่แชร์ผลงานที่นำเสนอไว้ในซอฟต์แวร์ Cacoo
  6. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกลุ่มเรียน กำหนดให้ผู้เรียน Copy ลิงก์ที่แชร์ไฟล์ "ผังความคิด" จากซอฟต์แวร์ Cacoo ไปวางหรือแชร์ไว้ใน ชุมชน Google+ ของรายวิชา ซึ่งผู้สอนสร้างไว้และให้ผู้เรียนเป็นสมาชิกในชุมชนนี้ (https://plus.google.com/u/0/communities/107503200208618731454)
    การเผยแพร่ผลงานผ่าน Google+ "ชุมชนรายวิชาการจัดการการสารสนเทศด้านการศึกษา"

        ผลการจัดการเรียนรู้ จากการสังเกตของผู้สอน พบว่าการปฏิบัติงานในชั่วโมงปฏิบัติ 2 ชั่วโมง (มอบหมายให้ผู้เรียนศึกษาเนื้อหามาจากบ้าน) ของผู้เรียน เพื่อสร้างชิ้นงานส่งตามงานมอบหมาย พบว่า ผู้เรียนสามารถปฏิบัติงานได้และส่งงานได้ตามกำหนดทุกคน ผู้เรียนมีสมาธิจดจ่อและตั้งใจในการปฏิบัติงานส่งตามกำหนด ผู้เรียนมีกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างปฏิบัติงาน โดยการปรึกษาหารือ การสอบถามกันในกลุ่มเรียนในขณะปฏิบัติงาน ห้องเรียนมีลักษณะเป็น ห้องเรียนที่มีชีวิตชีวาในการเรียนรู้ (Acitve Learning Classroom) ไม่เกิดความเบื่อหน่าย ผู้เรียนภูมิใจในผลงานที่สร้างได้ด้วยตนเอง
    นอกจากนั้น ที่สำคัญ คือประสบการณ์การเรียนรู้ในชั้นเรียน จากสถานการณ์การเรียนรู้ที่ผู้สอนจัดให้ จะเป็นแนวทางหรือตัวอย่างในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของ "ครูคอมพิวเตอร์" ในอนาคตของนักศึกษากลุ่มนี้ ซึ่งเรียนในหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิ์ (ค.บ.5 ปี) สาขาคอมพิวเตอร์/คอมพิวเตอร์ศึกษา (Computer Education) โดยคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและเป้าหมายของหลักสูตร มุ่งหวังให้เป็น "ครูคอมพิวเตอร์ต้นแบบ" ที่เก่งทั้งศาสตร์ในสาขาวิชา และเก่งเทคนิคการสอนในยุคศตวรรษที่ 21 เน้นไอซีทีเป็นฐาน

อ้างอิงเพิ่มเติม:

วันเสาร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2558

ความสำคัญและแนวโน้มการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ต่อการเสริมสร้างความเป็นครูตามกรอบ มาตรฐานวิชาชีพครูและมาตรฐานคุรุสภา

สไลด์ประกอบการบรรยาย
วันที่ 25 เมษายน 2558 เวลา 09.00-11.30 น. ได้รับเกียรติจากคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เป็นวิทยากรร่วมกับ ดร.นิมารูนี หะยีวาเงาะ หัวหน้างานเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มรย.  ร่วมบรรยาย เรื่อง "ความสำคัญและแนวโน้มการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศต่อการเสริมสร้างความเป็นครูตามกรอบมาตรฐานวิชาชีพครูและมาตรฐานคุรุสภา" ให้แก่นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา จำนวนกว่า 400 คน ณ ห้องประชุมอาคารเฉลิมพระเกียรติ มหาวชิราลงกรณ 50 ปี
     การบรรยายดังกล่าวเน้นให้นักศึกษาครู (ค.บ. 5 ปี) ชั้นปีที่ 4 มีความตระหนักและเห็นถึงความสำคัญของไอซีทีในการประกอบวิชาชีพ เช่น การนำไอซีทีไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้ การนำไอซีทีไปใช้ประกอบการทำงาน การสื่อสารและการเผยแพร่สารสนเทศ เป็นต้น โดยเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของครูที่ต้องเป็นต้นแบบให้แก่ศิษย์ในด้านความกระหายใคร่เรียนรู้ การใช้นวัตกรรมการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ในทางที่เหมาะสม ซึ่งนักศึกษากลุ่มนี้จะต้องออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูในปี 2558 เป็นเวลา 1 ปี ตามข้อบังคับมาตรฐานวิชาชีพครูของคุรุสภาพ และนักศึกษากลุ่มนี้ก็จะสำเร็จการศึกษาออกไปเป็นครูพันธุ์ใหม่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้เป็นส่วนใหญ่ นับเป็นความหวังของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาในการผลิตครู ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาในพื้นที่ ให้เป็นครูที่มีคุณภาพ มีความรู้ความเก่งด้านวิชาการตามสาขาวิชาเอก มีความรู้และทักษะด้านไอซีที ที่สำคัญมีเจตคติรักวิชาชีพครู รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เข้าใจสังคมพหุวัฒนธรรม คิดเชิงบวก เมื่อสำเร็จการศึกษาออกไปเป็นครูผู้สอนที่มีคุณภาพแล้ว จะได้กลับไปสอนและผลิตนักเรียนในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาให้มีคุณภาพ สร้างเจตคติและแนวคิดเชิงบวกในพื้นที่ เพื่อส่งเสริมให้เกิดสันติภาพและสันติสุขในพื้นที่ในระยะยาวต่อไป ทั้งนี้ด้วยการอาศัย "การศึกษา" และ "คุณภาพการศึกษา" เป็นเครื่องมือแก้ไขปัญหาระยะยาวอย่างยั่งยืนในพื้นที่
    ด้วยความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ (ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส) การผลิตครูของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา จึงจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเข้มข้นและดำเนินการอย่างเป็นระบบในรูปแบบเฉพาะ ซึ่งนอกจากจะต้องสร้างบุคลิกและคุณภาพของครูตามข้อบังคับวิชาชีพของคุรุสภาแล้ว มหาวิทยาลัยฯ ยังต้องเน้นการพัฒนาทักษะ จิตพิสัย และความรู้อื่นๆ ที่สอดคล้องกับเอกลักษณ์และความต้องการครูในพื้นที่ จึงนับเป็นความท้าทายของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งคงจะได้เห็นผล (ลูกศิษย์ของครูเหล่านี้) ในอีก 5-10 ปีข้างหน้า
    ขอบคุณคณาจารย์และนักศึกษาสาขาคอมพิวเตอร์ (ค.บ. 5 ปี) ทุกท่าน ที่ร่วมกันดำเนินงานกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ในครั้งนี้