แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิจัยการเรียนรู้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิจัยการเรียนรู้ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2557

การประยุกต์ใช้เอกสาร Spread Sheet การเช็คชื่อการเข้าชั้นเรียนตรงเวลาร่วมกับระบบอีเลิร์นนิ่ง

http://elearning.yru.ac.th/elearning
    จากประสบการณ์การจัดการเรียนการสอน ปัญหาชั้นเรียนประการหนึ่งคือ การเข้าห้องเรียนสายไม่ตรงเวลา โดยเฉพาะในคาบเรียนเช้าๆ เวลา 08.00 น. จึงทดลองแก้ปัญหากับนักศึกษาปริญญาตรี ครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ. 5 ปี) สาขาคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ในรายวิชาการเขียนโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ชั้นสูง ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557  โดยดำเนินการด้วยมาตรการ ดังนี้

1. กำหนดตกลงร่วมกันระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน คือ การอธิบายรายละเอียด มคอ.3 โดยเฉพาะการวัดพฤติกรรมที่แสดงออกถึงคุณธรรมจริยธรรมด้านการตรงต่อเวลา ซึ่งเป็นปัญหาหลักๆ ของนักศึกษา มรย. ที่มีความเคยชินกับการมาสาย ไม่ตรงเวลา คือ เวลาเรียน 08.00-12.00 น. กำหนดเวลาในการเรียกชื่อเข้าชั้นเรียน 08.10 น. นักศึกษาคนใดมาก่อนเวลาหรือทันเวลา ประเมินคะแนนจิตพิสัย 2 คะแนน นักศึกษาคนใดมาสายหลัง 08.10 น. ประเมินคะแนน 1 คะแนน นักศึกษาคนใดลากิจ ลาป่วยมีเหตุผลน่าเชื่อถือได้ ประเมิน 1 คะแนน และสำหรับนักศึกษาที่ไม่มาเรียน ประเมิน 0 คะแนน


2. ครูผู้สอนปฏิบัติตนเป็นแบบอย่าง  หมายถึง ผู้สอนปฏิบัติตนเป็นต้นแบบที่ดีให้แก่ผู้เรียน โดยต้องมาถึงห้องสอนก่อนเวลา  08.00 น. แต่งกายเรียบร้อยเหมาะสมกับความเป็นครู และเตรียมการเรียนการสอนให้พร้อมก่อน 08.10 น. จากนั้นให้ดำเนินการสอนเต็มเวลาและอย่างจริงจัง โดยให้นักศึกษาพัก 15 นาที ในเวลา 10.30-10.45 น.


3. บันทึกคะแนนออนไลน์ผ่าน Google Spread Sheet คือ สร้างแผ่นเอกสารด้วย Google Spread Sheet แสดงคะแนนและการคำนวณคะแนนจิตพิสัย ซึ่งกำหนดคะแนนเต็มไว้ 10 คะแนน ลิงก์เชื่อมโยงกับระบบอีเลิร์นนิ่ง โดยนักศึกษาสามารถเปิดดูคะแนนตนเองแบบออนไลน์ได้ตลอดเวลา เชื่อมโยงจากระบบอีเลิร์นนิ่งของรายวิชา (http://elearning.yru.ac.th/elearning)


4. ชี้ให้เห็นประโยชน์ของการตรงต่อเวลา คือ ผู้สอนเน้นย้ำเรื่องของการปฏิบัติตนในการรักษาเวลา การตรงต่อเวลา เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีของผู้ที่จะออกไปประกอบวิชาชีพครูในอนาคต

     กระบวนการทดลองแก้ปัญหาดังกล่าว จะได้สรุปผลการดำเนินงานและรายงานให้ท่านที่สนใจในโอกาสต่อไป ซึ่งอาจจะเรียกว่าเป็นงานวิจัยชั้นเรียนเล็กๆ แต่มีคุณค่าในการสร้างลักษณะนิสัยที่ดีให้แก่ผู้เรียนหรือนักศึกษา ที่จะออกไปทำหน้าที่หรือประกอบวิชาชีพครูต่อไปในอนาคต

วันอังคารที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2557

นำเสนองานโครงการวิจัยระบบชี้แนะออนลไน์ (Coaching Online) แก้ปัญหาการพัฒนาครูในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้

วันที่ 21 มีนาคม 2557 เวลา 09.00-16.00 น. สถาบันรามจิตติ จัดกิจกรรมประชุมรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานและพิจารณาข้อเสนอโครงการวิจัยความร่วมมือทางวิชาการเพื่อพัฒนาการศึกษาจังหวัดชายแดนใต้ ณ โรงแรมบุรีศรีภูบูติคโฮเต็ล อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา  ในกิจกรรมครั้งนี้ คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ดร.ศิริชัย นามบุรี ได้มีโอกาสนำเสนอข้อเสนอโครงการวิจัย เรื่อง การพัฒนาระบบชี้แนะออนไลน์ (Online Coaching) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาครูในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญคือเพื่อเป็นช่องทางหนึ่งในการแก้ปัญหาการพัฒนาความรู้ความสามารถและทักษะวิชาชีพครูในสถานการณ์ความไม่สงบ รวมทั้งแก้ปัญหาเรื่องภาระงานสอนมากไม่สามารถเข้าอบรมพัฒนาตนเองได้ในเวลาปกติ และมีงบประมาณที่จำกัดในการพัฒนาบุคลากร  ซึ่งคาดหวังว่าผลการวิจัยจะสามารถพัฒนาระบบการให้คำชี้แนะออนไลน์แก่ครูผู้สอนในระดับประถมศึกษา สร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้เชี่ยวชาญและครูผู้สอน รวมทั้งครูผู้สอนด้วยกันเองทั้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ (ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส) และต่างพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน และมีผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษาในพื้นที่ต่อไป โปรดติดตามผลงานวิจัยในโครงการนี้ต่อไป

วันอาทิตย์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2557

เสนอ (ร่าง) ข้อเสนอโครงการเรื่องระบบ Online Coaching เพื่อการพัฒนาครูในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 16 มีนาคม 2557 เวลา 09.00-16.00 น. ณ โรงแรมเซาท์เทิร์นวิว จ.ปัตตานี ดร.ศิริชัย นามบุรี เป็นตัวแทนทีมงาน เข้าร่วมกิจกรรมประชุมติดตามและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความเคลื่อนไหวงานวิจัยและพิจารณาข้อเสนอโครงการใหม่ ภายใต้โครงการความร่วมมือทางวิชาการเพื่อพัฒนาการศึกษาจังหวัดชายแดนใต้ ระหว่าง สกว. และภาคี สถาบันรามจิตติ ( www.ramajitti.com ) นำโดย ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ และ ดร.จุฬากรณ์ มาเสถียร ในกิจกรรมนี้ ได้มีโอกาสนำเสนอแนวคิดโครงการวิจัย เรื่อง การพัฒนาระบบ Online Coaching เพื่อการพัฒนาครูในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อร่วมพิจารณาสนับสนุนให้ดำเนินการวิจัยในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อร่วมพัฒนาครูในสามจังหวัดชายแดนใต้ โดยใช้ ICT เป็นเครื่องมือ แก้ปัญหาการพัฒนาครูในพื้นที่ในด้านขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญ มีปัญหาความปลอดภัยในการเดินทาง ขาดแคลนงบประมาณในการเข้ารับการฝึกอบรม รวมทั้งสร้างลักษณะนิสัยการเรียนรู้ตลอดชีวิต การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกลุ่มสนใจเรื่องเดียวกัน การดูแลซึ่งกันและกันของครูและผู้เชี่ยวชาญทั้งในและนอกพื้นที่ โปรดติดตามความคืบหน้าของโครงการในโอกาสต่อไป

      สำหรับในกิจกรรมครั้งนี้ ผศ.เกสรี ลัดเลีย คณบดี คณะครุศาสตร์ และ ผศ.ประยูร ดำรงรักษ์ อาจารย์ประจำสาขาเคมี คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร  มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาเข้าร่วมกิจกรรมให้ข้อเสนอแนะโครงการวิจัย  และนำนักศึกษาสนับสนุนเสนอโครงการวิจัยร่วมพิจารณาในโครงการความร่วมมือทางวิชาการครั้งนี้ด้วย ได้แก่ งานวิจัยในประเด็น เช่น การจัดการขยะในชุมชน การจัดการเถ้าจากโรงไฟฟ้าชีวมวล  การใช้สีสกัดจากธรรมชาติจากชุมชนจากพัฒนาสื่อการเรียนในโรงเรียน [ภาพเพิ่มเติม...]

วันจันทร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2556

การวิจัยชั้นเรียนแก้ไขปัญหานักศึกษาขาดความกระตือรือร้นในการเรียนแบบผสมผสาน (Blended Learning)

    การจัดการเรียนรู้หรือการเรียนการสอน แบบผสมผสาน (Blended Learning) มีรูปแบบและลักษณะของการผสมผสานได้หลากหลายลักษณะ เช่น ผสมผสานเทคนิคการสอน ผสมผสานช่วงระยะเวลาการสอน ผสมผสานรูปแบบเนื้อหา ผสมผสานเครื่องมือและช่องทางการเรียนรู้  ผสมผสานกิจกรรมการเรียนรู้  ผสมผสานแหล่งเรียนรู้  เป็นต้น

   อย่างไรก็ตาม การจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานระหว่าง ชั้นเรียนปกติ (Traditional or Offline Classroom) และ ชั้นเรียนอีเลิร์นนิ่ง (e-Learning or Online Classroom) ก็นับเป็นรูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่มักนิยมใช้ในสถาบันระดับอุดมศึกษา ซึ่งหมายถึง มีกิจกรรมการเข้าชั้นเรียนตามตารางเรียนปกติ มีผู้สอนเข้าชั้นเรียนบรรยายสรุปเนื้อหา และมีกิจกรรมหรือเนื้อหาเสริมการเรียนรู้ในระบบอีเลิร์นนิ่งที่บริหารจัดการด้วย LMS ให้ผู้เรียนได้เรียนเสริม  แต่ปัญหาสำคัญที่ผู้สอนมักพบประการหนึ่ง (จากประสบการณ์การสอนโดยส่วนตัว) คือ ผู้เรียนมักขาดความกระตือรือร้นในการเรียน ไม่ศึกษาเนื้อหามาก่อนล่วงหน้า ไม่มีสมาธิในการเรียน นั่งฟังบรรยายโดยไม่กระตือรือร้นที่จะตอบคำถาม ไม่มีการโต้ตอบ ไม่กล้าแสดงออก  ไม่กล้าพูด ไม่กล้าสื่อสารในชั้นเรียน เป็นต้น
 
บรรยากาศขณะเรียนในชั้นเรียนปกติ (นักศึกษาตอบคำถาม)
    ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ปัญหาพฤติกรรของผู้เรียนดังกล่าว ผู้สอนจึงได้ทดลองจัดกิจกรรมการเรียนรู้แนวใหม่เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยการประยุกต์นำเอา Attendance Module หรือโมดูลกิจกรรมเช็คชื่อออนไลน์และให้คะแนน ซึ่งเป็น Module ที่ต้องติดตั้งเพิ่มให้กับ Moodle LMS

     โดยมีขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในขั้นเรียนปกติและชั้นเรียนอีเลิร์นนิ่ง ดังนี้
1. ผู้สอนกำหนดให้ผู้เรียนศึกษาหรืออ่านเนื้อหามาก่อนล่วงหน้าก่อนจะสอนในแต่ละบท
2. กำหนดกิจกรรมการเช็คชื่อและให้คะแนนในการตอบคำถาม ระหว่างเรียน ดังนี้ 


วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

การประเมินพฤติกรรมด้านจิตพิสัย "มีวินัย มีจิตสาธารณะ และมีสัมมาคารวะ" ในระบบอีเลิร์นนิ่ง

 
     การจัดการการเรียนรู้ในระบบอีเลิร์นนิ่งที่บริหารจัดการด้วย Moodle LMS สามารถประยุกต์ใช้ในการสังเกตพฤติกรรมด้านจิตพิสัย โดยใช้กิจกรรม บันทึกความก้าวหน้า (Journal Module) สร้างกิจกรรมการเรียนรู้โดยให้นักศึกษาแต่ละคนบันทึกพฤติกรรมที่แสดงออกซึ่งจิตพิสัยของตนเองที่ได้ปฏิบัติในแต่ละสัปดาห์ (ผู้สอนต้องเชื่อมั่นว่านักศึกษามีความซื่อสัตย์ในการบันทึก)  ตัวอย่างเช่น นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ซึ่งคณะกำหนดให้มีพฤติกรรมที่ส่งเสริมด้านคุณธรรมจริยธรรม (เกณฑ์ สกอ. 2.8)  คือ "มีวินัย มีจิตสาธารณะ มีสัมมาคารวะ"

วันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

การเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน: แนวทางการจัดการเรียนรู้ในระบบอีเลิร์นนิ่งให้สำเร็จตามเป้าหมาย

      ผู้สอนที่มีประสบการณ์การจัดกาเรียนการสอนหรือการเรียนรู้ในระบบอีเลิร์นนิ่งหลายท่าน คงจะประสบปัญหาสำคัญประการหนึ่งคือ การที่ผู้เรียนไม่เข้าใช้ระบบอีเลิร์นนิ่ง มักใช้เวลาในการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อความบันเทิงหรือการสื่อสารส่วนบุคคลเป็นหลัก  เช่น การใช้ Facebook, Youtube เป็นต้น ซึ่งทำให้การลงทุนในการพัฒนารายวิชาสอนในระบบอีเลิร์นนิ่งไม่คุ้มค่า ส่งผลให้การลงทุนด้าน ICT ของมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาไม่คุ้มทุน ไม่ส่งผลทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์แก่ผู้เรียนสูงขึ้น ผู้เรียนไม่เกิดทักษะการเรียนรู้หรือทักษะการสืบค้น 
     แนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหา คือ การใช้เทคนิคการใอนโดยเน้น  กิจกรรมการเรียนรู้เป็นฐาน (Activity-based Learning: ABL) มากกว่าการมุ่งสร้างหรือผลิตสื่อที่มีคุณสมบัติครบถ้วนด้านมัลติมีเดีย ซึ่งต้องใช้เวลาและความพยายามสูงในการพัฒนา และเมื่อพัฒนาจนประสบผลสำเร็จแล้ว ยังไม่สามารถควบคุมให้ผู้เรียนเข้าเรียนบทเรียนได้ ทำให้ไม่คุ้มทุนกับที่ลงมือลงแรงผลิตบทเรียน ทางเลือกในการจัดการเรียนการสอนในระบบอีเลิร์นนิ่งก็คือ ผู้สอนค้นหาและเลือกสื่อจากอินเทอร์เน็ตที่เหมาะสม โดยเฉพาะในสื่อสังคมออนไลน์ เช่น Youtube  SlideShared   MIT Open Courseware เป็นต้น
        การเรียนโดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน หรือ ABL เป็นการเรียนรู้ที่เน้นความสำคัญไปที่ ผู้เรียน เรียนผ่านประสบการณ์ ที่เรียกว่า Experiential Learning ซึ่งเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพสูงมากในการส่งเสริมศักยภาพของบุคคล Individual Potential ที่จะพัฒนาไปได้ตลอดชีวิต..ผู้เรียนจะเรียนอย่างมีความสุข มีการพัฒนาไปด้วยความมั่นใจ และพึงพอใจ [ อ่านเพิ่มเติม...] ซึ่งนั่่นเป็นข้อดีของ ABL ที่สามารถนำมาใช้ร่วมกับการจัดการเรียนรู้หรือการเรียนการสอนในระบบอีเลิร์นนิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ เนื่องจากความสามารถของ LMS (Learning Management System) ซอฟต์แวร์บริหารจัดการระบบอีเลิร์นนิ่ง มีความสามารถในการสร้างกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพอยู่แล้ว ดังภาพเป็นตัวอย่างกิจกรรมการเรียนรู้มาตรฐานของ Moodle LMS


         ใน Moodle LMS มีกิจกรรมสำหรับจัดการเรียนรู้อยู่จำนวนมาก ตัวอย่างเช่น มอบหมายงานหรือการบ้าน (Assignment) บทเรียนมาตรฐาน SCORM แบบสำรวจ (Survey) กระดานเสวนา (Forum) อภิธานศัพท์ (Glossary)  แบบทดสอบ (Quiz)  เป็นต้น ซึ่งมากเพียงพอสำหรับผู้สอนในการนำมาใช้สร้างกิจกรรมการเรียนรู้  กำหนดเกณฑ์ประเมินผลและนำคะแนนจากการเข้าชั้นเรียนและทำกิจกรรมต่างๆ ที่ผู้สอนกำหนดขึ้นมาใช้ในการประเมินผลในรายวิชา ซึ่งผู้เรียนก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าทำกิจกรรมการเรียน แทนที่จะนำเวลาส่วนใหญ่ในการใช้คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์มือถือไปกับเว็บสังคมเครือข่ายหรือสื่อสังคมออนไลน์ เป็นการบังคับกลายๆ ให้ผู้เรียนเข้าระบบอีเลิร์นนิ่ง ทำกิจกรรมการเรียน เพื่อที่จะได้มีคะแนนประเมินผลในรายวิชานั่นเอง อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่พึงต้องคำนึงถึงก็คือ ผู้สอนต้องประเมินกิจกรรม ให้ข้อเสนอแนะ (Comment) แก่ผู้เรียนอย่างต่อเนื่องและทันเวลา จึงจะส่งเสริมให้ผู้เรียนเข้าทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน
      นอกจากนั้น ผู้บริหารระบบ Moodle LMS ยังสามารถ Download Activities Module มาติดตั้งเสริม เพื่อจัดกิจกรรมการเรียนรู้ประเภทอื่นๆ ได้เพิ่มเติม โดย Download ได้จากลิงก์ https://moodle.org/plugins/browse.php?list=category&id=1  ซึ่งมีมากถึง 199 กิจกรรม

วันอังคารที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2556

การบูรณาการศิลปวัฒนธรรมกับการเรียนการสอนรายวิชา การผลิตสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อการเรียนการสอน

     การนำระบบประกันคุณภาพมาใช้ในวงการศึกษาปัจจุบัน ส่งผลให้ผู้สอนในระดับอุดมศึกษามีหน้าที่สำคัญประการหนึ่ง คือ การบูรณาการเนื้อหาด้านศิลปวัฒนธรรม ประเพณีต่างๆ เข้ากับกิจกรรมการเรียนการสอนและกิจกรรมนักศึกษา จึงขอยกตัวอย่างกรณีศึกษาการบูรณาการดังกล่าวในรายวิชา 4112353 การผลิตสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อการเรียนการสอน ซึ่งเป็นรายวิชาในหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีมัลติมีเดีย (หลักสูตร ปี พ.ศ. 2551) ของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ซึ่งจัดการเรียนการสอนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 ที่ผ่าน โดยผู้สอนจัดการเรียนการสอนแบบผสมผสานในระบบชั้นเรียนปกติร่วมกับชั้นเรียนอีเลิร์นนิ่ง  จัดกิจกรรมการเรียนรู้บูรณาการกับเนื้อหาด้านศิลปวัฒนธรรมโดยการมอบหมายงาน (Assignment) ผ่านระบบอีเลิร์นนิ่ง

วันศุกร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ภาระและเวลาของผู้สอนในการจัดการเรียนรู้ในระบบอีเลิร์นนิ่ง

จากประสบการณ์การสอนและพัฒนาระบบอีเลิร์นนิ่งซึ่งบริหารจัดการการเรียนรู้ด้วย Moodle LMS (http://www.moodle.org) ที่เว็บไซต์ http://e-learning.yru.ac.th และเว็บไซต์ http://e-learning.yru.ac.th/eres  ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการการเรียนรู้แบบอีเลิร์นนิ่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา และของคณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร ตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา  (มหาวิทยาลัยฯ ได้นำระบบ Moodle มาทดลองใช้เป็นครั้งแรก และพัฒนามาจนถึงทุกวันนี้) รวมทั้งประสบการณ์ในการเป็นวิทยากรให้ความรู้และทักษะการสอนในระบบอีเลิร์นนิ่ง พบว่า ผู้สอนที่ประสบความสำเร็จในระบบอีเลิร์นนิ่งจำเป็นต้องมีความรู้และทักษะในการจัดการเรียนรู้ มีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื้อง ที่สำคัญคือ ต้องมีเจตคติที่ดีและมีความรู้สึึกถึงความจำเป็น รู้สึกชอบที่จะปรับเปลี่ยนจากการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนปกติ (Traditional Classroom) มาเป็นการจัดการเรียนรู้ในระบบอีเลิร์นนิ่ง หรือ e-Learning Classroom or Virtual Learning Environment: VLE  และปัจจัยที่จำเป็นอย่างยิ่งก็คือ ผู้สอนต้องมีเวลาจัดการเรียนการสอนมากกว่าในชั้นเรียนปกติ