วันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2559

แนวทางการสอนที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ (Active Learning) : ส่งเสริมทักษะในศตวรรษที่ 21

     ปัญหาสำคัญที่ทำให้การจัดการเรียนรู้ (ใช้แทนคำว่าการเรียนการสอน) ในยุคไอซีทีของผู้สอนที่สำคัญที่สุดคือ สอนมาก แต่เรียนรู้ได้น้อย (Teach More, Learn Less) แทนที่จะเป็นการ สอนน้อย เรียนรู้ได้มาก หรือ Teach Less Learn More (พิจารณ์ พานิช, 2554)  ทำให้นักเรียน นักศึกษา เกิดความเบื่อหน่าย ไม่กระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ ไม่ท้าทาย ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์จริงที่จะออกไปทำงานหรือประกอบอาชีพ ซึ่งความรู้ ข้อเท็จจริงต่างๆ ผู้เรียนสามารถสืบค้นและหาได้จากอินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจารย์ Goo (Google) จัดเตรียมไว้ให้แล้วอย่างดีเป็นส่วนใหญ่  แต่ผู้สอนยังใช้วิธีการสอนแบบดั้งเดิม คือ การใช้  Presentation and Talk หรือ Chalk and Talk (ใช้สไลด์ PowerPoint และบรรยาย/อ่าน แล้วก็นัดสอบ บางครั้งหนักมากถึงกับใช้สไลด์สอนแทนผู้สอนเลยก็มี)  ผู้สอนยังหวงแหนในมีบทบาทเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้  (Teacher Center) ยังเป็นผู้มีอำนาจมากที่สุดในชั้นเรียน เป็นผู้นำการเรียนรู้ แทนที่จะเป็นการเรียนรู้ร่วมกัน (Collaborative Learning) และปรับบทบาทเป็นผู้จัดสถานการณ์การเรียนรู้ ผู้แนะนำให้คำปรึกษา (Coach) ทั้งนี้ เนื่องจากการทำหน้าที่บทบาทดังกล่าว ผู้สอนจะต้องเตรียมการ และวางแผนการจัดการเรียนการสอนมาเป็นอย่างดี นอกจากการมีแผนการสอนหรือรายละเอียดในรายวิชา (มคอ. 3) เท่านั้น
      สำหรับปัญหาของนักศึกษาใน มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ซึ่งก็น่าจะคล้ายๆ กับหลายสถาบันการศึกษา ก็คือ นักศึกษาขาดทักษะในการคิดสร้างสรรค์ การคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ และทักษะการประยุกต์ใช้งานจากความรู้ในห้องเรียนสู่การปฏิบัติจริง สำคัญที่สุด คือขาดความกระตือรือร้น กระหายใฝ่รู้ ปัญหาอีกประเด็นหนึ่งก็คือ นักเรียน นักศึกษาในสามจังหวัดชายแดนใต้ยังมีปัญหาเฉพาะพื้นที่ ได้แก่ ทักษะการใช้และการสื่อสารด้วยภาษาไทยที่ไม่คล่องนัก ทั้งการเขียน การอ่าน ทั้งนี้ ด้วยวิถีชีวิตใช้ภาษามลายูถิ่นมาตั้งแต่กำเนิดและใช้ในสื่อสารจริงในวิถีชีวิตมาตลอด ทำให้ภาษาเป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ และการสร้างความมั่นใจในการสื่อสาร รวมทั้ง การใช้ชีวิตในสังคมนอกพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงนับเป็นการจำกัดโอกาสไปด้วย
       ดังนั้น การจัดการเรียนรู้ในรายวิชาของแต่ละหลักสูตรของมหาวิทยาลัยฯ  จึงต้องร่วมกันจัดการเรียนรู้เพื่อบูรณาการส่งเสริมเพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาหรือลดความรุนแรงของปัญหา โดยการพยายามส่งเสริมและกระตุ้นให้ผู้เรียนกระตือรือร้น
      ตัวอย่างแนวทางการเรียนการสอนในรายวิชา เว็บช่วยสอน (Web-based Instruction: WBI) ของนักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ.) สาขาคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะต้องสำเร็จการศึกษาออกไปเป็นบัณฑิตและเป็นครูสอนคอมพิวเตอร์ จึงพยายามใช้เทคนิคการเรียนรู้ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดทักษะ การใช้ไอซีทีจัดการเรียนรู้ ทักษะการนำเสนอและการสื่อสาร และทักษะการคิดวิเคราะห์และสังเคราะห์ โดยผ่านเทคนิคการจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับทิศ (Flipped Classroom) ผลปรากฎว่า ผู้เรียนมีความพึงพอใจและสร้างความกระตือรือร้นในการฝึกปฏิบัติ จนสามารถทำงานสำเร็จในภาคเรียนได้

เว็บบล็อก: เครื่องมือง่ายๆ ส่งเสริมการเรียนรู้ การพัฒนาตนเองและแหล่งรวบรวมประวัติของนักศึกษา


   เว็บบล็อก หรือ บล็อก (Weblog / Web Blog หรือ Blog) นับเป็นเว็บไซต์ประเภทหนึ่ง ที่นักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ หรือผู้ใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ทั่วไปในปัจจุบัน สามารถสร้าง ออกแบบ และเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร เรื่องราวต่างๆ ของตนเองได้โดยสะดวก นำเสนอได้ทั้งข้อความ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว การสร้างลิงก์เชื่อมโยง โดยเผยแพร่เรื่องราว เรื่องเล่า บทความทั่วไปต่างๆ ตามลำดับเหตุการณ์วันและเวลาที่เขียนและเผยแพร่ สามารถกำหนดคำสำคัญ (Tag) เพื่อความสะดวกในการสืบค้นหรือค้นคืนย้อนหลังได้ สามารถนับสถิติผู้เข้าชมเว็บบล็อกได้ รวมทั้งอนุญาตให้ผู้ใช้บริการแสดงความคิดเห็น (Comment) และแลกเปลี่ยน (Shared) ไปยังเครือข่ายสังคมออนไลน์ เช่น Facebook  Twitter หรืออีเมลได้โดยสะดวก และยังสามารถเชิญชวนและอนุญาตให้สมาชิกเว็บบล็อกร่วมเป็นผู้เรียนหรือผู้จัดการเว็บบล็อกร่วมกับผู้สร้างเว็บบล็อกได้อีกด้วย
http://waneesara.blogspot.com

     ในปัจจุบันมีบริษัทผู้เชี่ยวชาญขนาดใหญ่จำนวนมาก ที่ให้บริการพื้นที่และเครื่องมือสำหรับสร้างเว็บบล็อกส่วนบุคคล หรือ เว็บบล็อกขององค์กร ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่มีชื่อส่วนหนึ่งของเว็บไซต์ผู้ให้บริการ ชื่อเว็บไซต์อยู่ภายใต้โดเมนที่เว็บไซต์ผู้ให้บริการกำหนดให้ เช่น http://ict-bl.blogspot.com  เว็บไซต์ผู้ให้บริการ คือ www.Blogger.com ของ Google เว็บไซต์ที่มีผู้นิยมใช้บริการสร้างเว็บบล็อก ได้แก่ Blogger (http://www.blogger.com หรือ http://www.blogspot.com) ของบริษัท Google Wordpress (http://www.wordpress.com) ของบริษัท WordPress และ อื่นๆ อีกมากมาย 
     ด้วยคุณลักษณะเด่นของเว็บบล็อก ที่สามารถสร้างขึ้นโดยสะดวก ใช้งานง่าย ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องมีความรู้และทักษะด้านการออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ ดำเนินการเพียงไม่กี่ขั้นตอน ก็สามารถสร้างเว็บบล็อกได้ เช่น การสร้างเว็บบล็อกด้วย http://www.blogger.com ใน 3 ขั้นตอน และให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย มีรูปแบบ (Template) เครื่องมือการตกแต่ง (Gadget) ให้เลือกตามความชอบส่วนบุคคล และยังมีซอฟต์แวร์หรือ Application เสริมความสามารถของเว็บบล็อก และสามารถแลกเปลี่ยน (Shared) เรื่องราวกับเครือข่ายสังคมออไลน์อื่นๆ ได้โดยสะดวก
      จากความสามารถและคุณลักษณะเด่นของเว็บบล็อกดังกล่าว ผู้สอนจึงทดลองได้นำเว็บบล็อกมาใช้ร่วมกับการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาเว็บช่วยสอน (Web-based Instruction: WBI) นักศึกษาสาขาคอมพิวเตอร์ หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ.) เพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบกระตือรือร้น (Active Learning) ผู้เรียนจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการพัฒนาและจะเขียนเรื่องราวต่างๆ รวมทั้งสรุปเนื้อหาจากการเรียนรู้ในชั้นเรียนไว้ในเว็บบล็อกของตนเอง โดยผู้สอนทำหน้าที่เป็นผู้แนะนำ (Commentator) หรือที่ปรึกษา (Consultant) ผลการใช้กิจกรรมดังกล่าว ผู้เรียนสามารถสร้างเว็บบล็อกและพัฒนาทักษะการใช้ไอซีทีในการพัฒนาเนื้อหาเว็บบล็อกได้อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นให้ผู้เรียนเขียนเรื่องราวที่ใช้ภาษาอย่างเป็นทางการหรือกึ่งทางการมากกว่าการใช้ภาษาพูด คำสแลง หรือคำไม่สุภาพดังเช่นในเครือข่ายสังคมออนไลน์อื่นๆ เพื่อฝึกทักษะการเขียนให้แก่นักศึกษา ซึ่งนับเป็นการแสดงออกซึ่งทักษะขั้นสูงของผู้เรียน ฝึกนิสัยรักการเขียน ซึ่งในปัจจุบันนักศึกษายังมีปัญหาในเรื่องทักษะการเขียนอยู่มาก
     ในการจัดการเรียนการสอนรายวิชา การสอนผ่านเว็บ ผู้สอนได้กำหนดงานมอบหมาย "การพัฒนาเว็บบล็อกเพื่อการเรียนรู้" ให้นักศึกษาทุกคนสร้างและพัฒนาเว็บบล็อกของตนเองด้วยเครื่องมือของ Google คือ www.Blogger.com ซึ่งมี ขั้นตอนการสร้างง่ายมากเพียง 3 ขั้นตอน และมีคู่มือ แหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการเว็บบล็อกเผยแพร่ในโลกออนไลน์อยู่มากมาย ทั้งนี้ เพื่อฝึกทักษะความรับผิดชอบ ทักษะการเขียน ทักษะการสื่อสาร และที่สำคัญคือเป็นแหล่งรวบรวมเรื่องราว ผลงาน หรืออื่นๆ ที่เป็นประวัติส่วนตัว (Profile) ของนักศึกษาเอง ซึ่งผลการกำหนดให้ผู้เรียนทำกิจกรรมดังกล่าว พบว่า ผู้เรียนทุกคนสามารถสร้างเว็บบล็อก พัฒนาต่อยอด และรวบรวมเรื่องราวต่างๆ ของตนได้อย่างต่อเนื่อง เป็นการสร้างทักษะและลักษณะนิสัย "รักการเขียน" ซึ่งถือเป็นทักษะขั้นสูงของบัณฑิตไทย ที่ปัจจุบันมักจะพบว่าบัณฑิตส่วนใหญ่อ่านไม่เป็นและเขียนไม่เป็น ปัจจุบันบัณฑิตส่วนใหญ่เน้น "การดูสื่อมัลติมีเดีย" อย่างลวกๆ และเร็วๆ มากกว่าการอ่าน ส่วนทักษะการเขียนก็ค่อนข้างมีปัญหา ใช้ภาษาที่ไม่ถูกต้อง เขียนแล้วอ่านไม่รู้เรื่อง ขาดทักษะการวิเคราะห์ สังเคราะห์ และสรุปความ
     ตัวอย่างผลงานของนักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ.) สาขาคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา (รุ่นที่ 1 หลังจากปรับปรังปรุงหลักสูตร) ที่จะสำเร็จการศึกษาออกไปเป็นครูมืออาชีพ "เก่งสอนด้วยไอซีที เก่งศาสตร์ และปฏิบัติตนดี"  ดังลิงก์ต่อไปนี้ ลองศึกษาดูเว็บบล็อกของผู้เรียน ดังต่อไปนี้
  1. http://hakimah100.blogspot.com
  2. http://latipahsarased.blogspot.com/
  3. http://mameesulongku.blogspot.com/
  4. http://krm-learning.blogspot.com/
  5. http://rosidah-computer.blogspot.com/
  6. http://saowanee-ny.blogspot.com/
  7. http://sainah-computer.blogspot.com/
  8. http://leehah-computer.blogspot.com/
  9. http://mustorfa.blogspot.com/
  10. http://imrancom-ed.blogspot.com/
  11. http://sunita-computer.blogspot.com/
  12. http://ict-learingyru.blogspot.com
  13. http://hakimah100.blogspot.com/
  14. http://sarinauma.blogspot.com/
  15. http://ardeeman017.blogspot.com/
  16. http://karimah-mu.blogspot.com/
  17. http://waheedah006.blogspot.com
  18. http://nop021.blogspot.com/
  19. http://waneesara.blogspot.com/
  20. http://subaidahhawae.blogspot.com
  21. http://rusminee019.blogspot.com/
  22. http://nan161136.blogspot.com/
  23. http://nuresakah.blogspot.com/
  24. http://anisa035.blogspot.com/
  25. http://wardah-chemah.blogspot.com/
  26. http://happykt2.blogspot.com/
  27. http://safwani1028.blogspot.com/
  28. http://habiecomed.blogspot.com/
  29. http://zulkiflee1.blogspot.com/
  30. http://patimoh011.blogspot.com/
  31. http://naseebahsa-a.blogspot.com/
  32. http://slm-elearning.blogspot.com/
  33. http://nidee004.blogspot.com/
  34. http://wapa-maming.blogspot.com/
  35. http://fairosecomedu.blogspot.com/
  36. http://abizi034.blogspot.com/
  37. http://hayarolasawad012computer.blogspot.com

วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ห้องเรียนกลับทิศ (Flipped Classroom) ประยุกต์ใช้อีเลิร์นนิ่งและซอฟต์แวร์ประยุกต์บนคลาวน์สอนการคิดวิเคราะห์และสังเคราะห์


 ตัวอย่างการปรับการสอนแบบห้องเรียนกลับทิศ (Flipped Classroom)  รายวิชา เว็บช่วยสอน (Web-based Instruction) นักศึกษาชั้นปีที่ 4 หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต (5 ปี) สาขาคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ซึ่งกำหนดให้ผู้เรียนศึกษาเนื้อหา องค์ความรู้ที่จะสอนในชั้นเรียนมาก่อนเข้าชั้นเรียน โดยที่ผู้สอนเตรียมเนื้อหาและแหล่งเรียนนำเสนอผ่านรายวิชาในระบบอีเลิร์นนิ่ง (http://elearninng.yru.ac.th/elearning) และผู้เรียนสามารถสืบค้นเนื้อหาสาระเพิ่มเติมผ่านอินเทอร์เน็ตได้  ซึ่งวันนี้ (8 ตุลาคม 2558) เนื้อหาที่สอน บทที่ 3 ระบบการเรียนการสอนผ่านเว็บ เนื้อหาเรื่อง "การพัฒนาระบบการเรียนการสอนผ่านเว็บ" และ "องค์ประกอบการเรียนการสอนผ่านเว็บ"
     สำหรับกิจกรรมการเรียนรู้วันนี้ คือ งานมอบหมาย (Assignment) ผ่านระบบอีเลิร์นนิ่ง ซึ่งมีรายละเอียดของงานมอบหมาย ได้แก่ คำชี้แจง ขั้นตอนการปฏิบัติงาน การส่งงาน และเกณฑ์การให้คะแนน (การตรวจให้คะแนนและข้อเสนอแนะ บันทึกในระบบอีเลิร์นนิ่ง) ดังนี้
คำชี้แจง
ให้นักศึกษาเนื้อหาและสาระสำคัญจากเอกสาร หรือจากการสืบค้นจากอินเทอร์เน็ตที่จัดเตรียมให้ในรายวิชา เกี่ยวกับขั้นตอนการออกแบบและพัฒนาการสอนผ่านเว็บ หรือวงจรการพัฒนาการสอนผ่านเว็บ หลังจากนั้น ให้นักศึกษาปฏิบัติ ดังนี้
  1. สังเคราะห์ (สรุป) ขั้นตอนของการออกแบบและพัฒนาการสอนผ่านเว็บ โดยออกแบบให้เป็น ผังงาน (Flowchart) หรือแผนภูมิ (Chart) พร้อมมีคำอธิบายโดยสังเขป ตามความเข้าใจของนักศึกษา โดยการวาดเป็นแผนภูมิ โดยใช้ซอฟต์แวร์  Cacoo (ติดตั้งบนคลาวน์ ด้วย Google Apps on Chrome)  โดยอาจดูตัวอย่างการวาดแผนภูมิที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่างแผนภูมิ ที่ค้นหาให้เป็นแนวทาง
  2. ให้นักศึกษาวาด แผนภาพความคิด (Mind Map) ด้วยซอฟต์แวร์ Cacoo ถึง "องค์ประกอบสำคัญของการจัดการเรียนการสอนผ่านเว็บ" ตามความเข้าใจของนักศึกษาเอง 

การส่งงา
1) ให้นักศึกษาส่งงาน โดยการ แชร์ลิงก์ของเอกสารทั้ง 2 ข้อ เพื่อให้ผู้สอนสามารถตรวจงานได้ ผ่านช่องคำตอบในระบบอีเลิร์นนิ่งในงานมอบหมายนี้
2) เขียนสรุปเนื้อหาโดยย่อ และแผนภาพ MindMap นำเสนอไว้ในเว็บบล็อกของตนเอง และให้ส่งลิงก์เผยแพร่จากเว็บบล็อกตนเองแชร์ใน Google+ กลุ่มของรายวิชา
คะแนน (10 คะแนน)
  1. ส่งงานตรงเวลา (ภายในคาบเรียน 08.00-12.00 น.)
  2. ความสอดคล้องของเนื้อหาที่วิเคราะห์และสังเคราะห์ 
  3. การวาดแผนภูมิ หรือ Mind Map ที่เหมาะสม
ผลการจัดการเรียนรู้ 

    จากการสังเกตของผู้สอน นักศึกษาทุกคนมีความรู้สึกตื่นเต้นและกระตือรือร้นกับการได้ติดตั้งซอฟต์แวร์ Cacoo ซึ่งเป็น Chrome App ทำงานบนเทคโนโลยีคลาวน์ (Could Computing) มีความตั้งใจและจริงจังในการสร้างผลงาน สามารถศึกษาและเรียนรู้การสร้างแผนผังความคิดและแผนภูมิจากการวิเคราะห์ สังเคราะห์เนื้อหาสาระที่ผู้สอนกำหนดให้ รวมทั้งจากการสืบค้นเพิ่มเติมด้วยตนเอง โดยใช้ซอฟต์แวร์ Cacoo สร้างผังความคิดและแผนภูมิได้ทุกคน รวมทั้งสามารถแชร์เอกสารผลงานที่ทำได้เผยแพร่ในเว็บบล็อกของผู้เรียนเอง และ แชร์ในชุมชนรายวิชาใน Google+  (ทำงานเสร็จในชั่วโมง 22 คน จากทั้งหมด 36 คน คิดเป็นร้อยละประมาณ 61.11 และที่สำคัญนักศึกษามีกิจกรรมปรึกษาหารือ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันทั้งห้องเรียน มีความสุขกับการทำกิจกรรมการเรียนรู้มากกว่าการฟังผู้สอนบรรยายให้ความรู้ (การสอนแบบบรรยาย ตามหลักของ Learning Pyramid ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้เพียง ร้อยละ 5 เท่านั้น) ซึ่งนับเป็นตัวอย่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) ระหว่างห้องเรียนปกติ ชั้นเรียนอีเลิร์นนิ่ง และการใช้ไอซีที โดยเฉพาะการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ ได้แก่ Google+, Weblog (www.blogger.com) และเทคโนโลยีคลาวน์ที่ให้บริการซอฟต์แวร์ (Software as a Services: SaaS) มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะ "ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม ทักษะด้านสารสนเทศ สื่อและเทคโนโลยี" อีกรูปแบบหนึ่ง และเน้นการเรียนรู้โดยการลงมือปฏิบัติ (Learning by Doing) ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้มากถึงร้อยละ 75 ตามหลักของ Learning Pyramid และสนับสนุนแนวคิด Teach Less Learn more ของ ศ.นพ.วิจารณ์พานิช ที่นำเสนอไว้ในหนังสือ "การสร้างการเรียนรู้สู่ศตวรรษที่ 21" เผยแพร่ในเว็บไซต์ สำนักงานส่งเสริมสังคมการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) คือ สอนน้อยแต่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้มากนั่นเอง



  

วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2558

ขอเชิญประชุมวิชาการนานาชาติ ELEARN2015 ครั้งที่ 12

ขอเชิญผู้สนใจส่งผลงานวิจัยเพื่อนำเสนอในการประชุมวิชาการนานาชาติ The Twelfth International Conference on eLearning for Knowledge-Based Society :ELEARN2015
ซึ่งจะจัดขึ้น ในวันที่ 11-12 ธันวาคม 2558  ณ วิทยาลัย Siam Technology College,Thailand  กำหนดส่งบทคัดย่อ 30 ตุลาคม 2558 นี้ สนใจดูรายละเอียดติดตามที่เว็บไซต์  http://www.elearningap.com/

วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2558

ห้องเรียนกลับทิศ ผนวกการเรียนการสอนแบบกลุ่ม ผ่านการเรียนรู้แบบผสมผสานแบบอีเลิร์นนิ่งและห้องเรียนปกติ


วิธีสอน (จัดการเรียนรู้) เปลี่ยน ผลลัพธ์เปลี่ยน ผู้สอนเปลี่ยนตัวเองก่อน จึงจะส่งผลถึงผู้เรียน

การทดลองจัดการเรียนรู้ในรายวิชา เว็บช่วยสอน (Web-based Instruction: WBI) ของหลักสูตรครุศาสตร์บัณฑิต สาขาคอมพิวเตอร์ (คอมพิวเตอร์ศึกษา) หลักสูตร 5 ปี ของสาขาคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา (โครงการจัดตั้งคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร) ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2558 ได้ทดลองจัดการเรียนการสอนโดยเน้น Teach Less Learn More, Flipped Classroom, e-Learning, Group-based Learning โดยเน้นลักษณะการการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) เพื่อเสริมทักษะการเรียนในศตวรรษที่ 21 ในทุกๆ ด้านให้แก่ผู้เรียน ซึ่งเป็นวาระสำคัญการพัฒนาคุณภาพบัณฑิตของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา
     ตัวอย่างกิจกรรมการเรียนรู้หนึ่ง ไดเแก่ กิจกรรมการเรียนการสอนโดย การมอบหมายงานกลุ่ม (Group Assignment)  สมาชิกกลุ่มละ 6 คน คละตามความสามารถของผู้เรียน) ไว้ในระบบอีเลิร์นนิ่ง (http://elearning.yru.ac.th) ให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าเนื้อหามาจากบ้าน ส่วนหนึ่งผู้สอนเตรียมเนื้อหาและทรัพยากรการเรียนเรียนไว้ในระบบอีเลิร์นนิ่ง
รายละเอียดงานมอบหมายในระบบอีเลิร์นนิ่ง
   
รายละเอียดการบ้านที่มอบหมายให้ทำในห้องเรียน
สำหรับ กิจกรรมมอบหมายงานหรือการบ้าน (Assignment) ในระบบอีเลิร์นนิ่ง ผู้สอนอธิบายขอบเขตและขั้นตอนของการปฏิบัติงาน รวมทั้งเกณฑ์การประเมินผลไว้ในระบบอีเลิร์นนิ่ง ส่งข่าวสารให้ผู้เรียนรับรู้รับทราบก่อนเข้าชั้นเรียนผ่านชุมชนการเรียนรู้ Google+ และอีเมล และให้แต่ละกลุ่มมาทำกิจกรรมในชั้นเรียน เน้นการใช้ไอซีทีเป็นเครื่องมือ โดยผู้สอนอธิบายและให้คำปรึกษาเพิ่มเติมในขณะทำกิจกรรม เมื่อทำกิจกรรมเสร็จ
    เมื่อผู้เรียนแต่ละกลุ่มทำกิจกรรมการบ้านเสร็จเรียบร้อย ให้แต่ละกลุ่มนำเสนอหน้าชั้นเรียน กลุ่มละ 15 นาที โดยทุกคนในกลุ่มตั้งมีส่วนร่วม (ฝึกฝนทักษะการนำเสนอและการใช้ภาษาไทย) ผลงานสไลด์นำเสนอให้เผยแพร่ผ่านกลุ่ม https://plus.google.com/u/0/communities/113770790066290262562 และเขียนในเว็บบล็อกของสมาชิกในกลุ่มแต่ละคนตามความสนใจ
    ข้อสังเกตเบื้องต้นจากการจัดการเรียนรู้ตามสถานการณ์ข้างต้น (17 กันยายน 2558) สังเกตเห็นพฤติกรรมของผู้เรียนที่มีความกระตือรือร้นมาก มีรอยยิ้มและมีความสุขตลอดเวลาในขณะทำกิจกรรม เกิดความสัมพันธ์และความสามัคคีระหว่างสมาชิกในกลุ่มมากขึ้น จากการคละกลุ่มที่มีสมาชิกจากผู้เรียนทุกระดับความสามารถ ต่างจากการให้ผู้เรียนเลือกกลุ่มอิสระ ผลจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในลักษณะนี้  จะได้นำมาเสนอในโอกาสต่อไป

[ติดตามดูผลงานของกลุ่มจากการทำกิจกรรมในชั้นเรียน...https://plus.google.com/u/0/communities/113770790066290262562