วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2563

ผลการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน (Project-based Learning: PjBL) ในระบบอีเลิร์นนิ่ง

 ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัส COVID-19 ตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2563 เป็นต้นมา ทำให้มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา รวมทั้งมหาวิทยาลัยอื่น ๆ จำเป็นต้องปรับตัวรูปแบบการจัดการเรียนการสอนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัส COVID-19  มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา มีนโยบายโดยกำหนดรูปแบบและวิธีการสอน และการจัดการเรียนรู้ ที่จะต้องลดเวลาที่จะพบกันในชั้นเรียนปกติระหว่างอาจารย์ผู้สอนและนักศึกษาให้มากที่สุด โดยเลือกรูปแบบการจัดการเรียนรู้ออนไลน์ที่มหาวิทยาลัยมีสนับสนุนให้อาจารย์อยู่แล้ว ได้แก่ระบบอีเลิร์นนิ่ง หรือ ระบบ YRU e-Learning ซึ่งนับเป็นข้อดีที่ ไม่ต้องเริ่มพัฒนารูปแบบการเรียนรู้แบบออนไลน์ใหม่ ถือวิกฤตเป็นโอกาสที่จะพัฒนาระบบการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยไปสู่การจัดการเรียนรู้แบบออนไลน์ หรือแบบผสมผสาน (Blended Learning: BL) ระหว่างชั้นเรียนปกติ กับ ชั้นเรียนออนไลน์ต่อไป 

      โดยทั่วไป มหาวิทยาลัยมักจะเลือกระบบอีเลิร์นนิ่งให้เป็นรูปแบบ (Platform) ใช้เป็นเครื่องมือหลักในการจัดการเรียนรู้ร่วมกันทั้งมหาวิทยาลัย โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลากำหนดกลยุทธ์ คือกำหนดให้อาจารย์ผู้สอนทุกคนจัดการเรียนรู้ในระบบอีเลิร์นนิ่งที่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้ ที่เว็บไซต์ http://elearning.yru.ac.th ซึ่งบริหารจัดการด้วยซอฟต์แวร์ Moodle LMS นำมาปรับประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของมหาวิทยาลัย มุ่งให้อาจารย์ผู้สอนสามารถบริหารจัดการรายวิชาของตนเอง จัดกิจกรรมการเรียนรู้ในระบบได้ด้วยตนเอง โดยการฝึกอบรมทางออนไลน์ให้อาจารย์ผู้สอนอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดให้ผลการสอนในระบบอีเลิร์นนิ่ง มีสัดส่วนประเมินผลการปฏิบัติงานจากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านระบบอีเลิร์นนิ่ง ร้อยละ 25 โดยผู้สอนสามารถเลือกรูปแบบผสมผสาน (Blended Learning) อื่น ๆ ร่วมด้วย ทั้งเลือกเครื่องมือหรือรูปแบบ (Platform) อื่น ๆ ร่วมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ได้อีกด้วย แต่ยังคงต้องรายงานคะแนน (Greding Report) ผ่านทางระบบอีเลิร์นนิ่ง เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันความสำเร็จ







     สำหรับรายวิชา ระบบการจัดการเรียนรู้ออนไลน์ (Online Learning Management System: OLMS) หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ.) สาขาคอมพิวเตอร์ ศึกษา (http://sceince.yru.ac.th/computer) สังกัด คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร
ผู้สอนได้นำกลยุทธ์การจัดการเรียนรู้แบบ โครงงานเป็นฐาน (Project-based Learning: PjBL) มาเป็นแนวทาง จัดการเรียนรู้ร่วมกับระบบอีเลิร์นนิ่งที่มีข้อดี ได้แก่ เรียนรู้ได้ตลอดเวลา ทุกหนทุกแห่ง มีเครื่องมือสนับสนุนออนไลน์หลากหลาย สอดคล้องกับทักษะของนักศึกษาที่เป็นคนในยุค Gen Z ทั้งนี้ เพื่อแก้ปัญหาการจัดการเรียนรู้ในชั้นเรียนปกติ ลดเวลาการพบกันระหว่างผู้สอนและผู้เรียน เสริมสร้างทักษะในศตวรรษที่ 21 ให้แก่ผู้เรียน ซึ่ง PjBL ซึ่งมีข้อดี (พิมพลักษณ์ โมรา. 2561, น. 47) หลายประการ ได้แก่  

วันพุธที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2563

ผลงานนักศึกษา: พัฒนา Weblog บันทึกการเรียนรู้รายวิชาการจัดการสารสนเทศด้านการศึกษา เสริมสร้างทักษะในศตวรรษที่ 21


      ทักษะในศตวรรษที่ 21 ที่สำคัญ ซึ่งหลักสูตรการจัดการเรียนการสอนในทุกระดับ จำเป็นต้องเตรียมและฝึกฝน บ่มเพาะผู้เรียนให้มีทักษะ ได้แก่ 1) ด้านการเรียนรู้และนวัตกรรม 2) ด้านสารสนเทศ สื่อและเทคโนโลยีและสารสนเทศ และ 3) ด้านทักษะชีวิตและการทำงาน 
      กล่าวได้ว่า การเรียนรู้ของผู้เรียนในยุคปัจจุบัน แหล่งเรียนรู้ ความรู้ มีอยู้มากมายและหลากหลายในอินเทอร์เน็ต จึงเป็นโจทย์สำคัญว่า ผู้สอนจะสอนอย่างไรให้ผู้เรียนในยุคปัจจุบัน ที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี คุ้นเคยกับอินเทอร์เน็ตมาตั้งแต่เกิด สนใจและจดจ่อกับการจัดการเรียนรู้ของผู้สอน ดังนั้น "การเปิดโอกาสให้ผู้เรียนลงมือทำ หรือปฏิบัติ" จึงเป็นกลยุทธ์การจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนจะได้เรียนรู้จากการลงมือทำด้วยตนเอง 
โดยใช้เว็บบล็อก (Weblog, Web Blog) คือ http://www.blogger.com ของ Google เป็นเครื่องมือ  
       ตัวอย่างเว็บบล็อกของผู้เรียน นักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ.) สาขาคอมพิวเตอร์ศึกษา คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏ เป็นผลงานเชิงประจักษ์ที่ผู้เรียนทุกคน ต้องสรุปผลการเรียนรู้ในแต่ละครั้ง โดยนำเสนอ (Post) ไว้ในเว็บบล็อกของตนเอง และแชร์ให้ผู้เรียนในกลุ่มได้เรียนรู้ เป็นการฝึกฝนลักษณะนิสัยความรับผิดชอบหน้าที่การเรียนรู้ของตนเอง การตรงต่อเวลา ฝึกทักษะการคิด วิเคราะห์ (การใช้ภาษาไทย) ฝึกทักษะการออกแบบ สร้างสรรค์ การพัฒนา และการนำเสนอเว็บบล็อกของตนเองต่อสาธารณะ การใช้เครื่องมือ Weblog จึงนับเป็นการบ่มเพาะ ฝึกฝนผู้เีรียนให้เกิดทักษะในศตวรรษที่ 21 โดยการลงมือทำนั่นเอง

    ผลงานของผู้เรียนในการพัฒนาเว็บบล็อก ประกอบการจัดการเรียนรู้ มีดังนี้ (ทดลองเลือกดู) 
  1. นางสาวนินัซรียะห์ มอลอ  - https://ninas020.blogspot.com
  2. นายมูฮำหมัด ดอนิ - https://mud001.blogspot.com
  3. นายตัรมีซีล สามะ - https://tar002.blogspot.com 
  4. นายสุไลมาน ดอเลาะ - https://sm004.blogspot.com
  5. นายซูไฮมีน เจ๊ะเซ็ง - http://enosen7.blogspot.com

วันพุธที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2561

การออกแบบการสอนที่ส่งเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียน: สถานการณ์จริงของชีวิต

บรรยากาศการเรียนรู้ที่มีความสุขนอกชั้นเรียนปกติ
https://plus.google.com/u/0/communities/107503200208618731454 
     การจัดการเรียนรู้สมัยใหม่และในอนาคตมีหลากหลายรูปแบบ วิธีและรูปแบบปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ตามบริบทและสภาพการณ์ภายนอก ซึ่งเป็นวิถีชีวิต วิถีการทำงานหรือประกอบอาชีพ จึงทำให้วิธีการเรียนรู้ของผู้เรียนเปลี่ยนไป  อย่างไรก็ตาม ครู อาจารย์ส่วนใหญ่ของไทย ก็ยังคงยึดกรอบการออกแบบการจัดการเรียนการสอนแบบดั้งเดิมเป็นส่วนใหญ่ จะต้องมีห้องเรียนสี่เหลี่ยม มีกระดานดำหรือไวท์บอร์ด ดีหน่อยก็มีอุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์ เช่น คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค โปรเจคเตอร์ และอินเทอร์เน็ต ในห้องจัดโต๊ะและเก้าอี้เรียงเป็นแถว รอบ ๆ ห้องเรียนมีป้ายนิเทศหรืบอร์ดนิทรรศการ (ซึ่งไม่ค่อยได้เปลี่ยนเนื้อหา)
   กระบวนการจัดการเรียนการสอน ต้องให้ความสำคัญกับกระบวนการออกแบบสถานการณ์การเรียนรู้ (Learning Process Design:LPD)  เพื่อให้บรรลุเป้าหมายหรือผลลัพธ์การจัดการเรียนรู้ (Learning Outcome) ไม่ควรเน้นแต่การถ่ายทอดเนื้อหา (Content) ให้ครบถ้วน เพื่อจะทำให้สามารถสอบวัดประเมินผลให้ครบสาระการเรียนรู้ ซึ่งก็คงไม่ผิด เพียงแต่ว่าอาจเกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนในการดำรงชีวิตและประกอบอาชีพในอนาคตได้น้อย โดยเฉพาะ "ทักษะการเรียนรู้" สำหรับชีวิตจริงในอนาคต

ตัวอย่างงานมอบหมาย (Assignment) ในระบบอีเลิร์นนิ่ง
     ดังนั้น บทบาทสำคัญจึงอยู่ที่ครูผู้สอนที่จะต้องปรับเปลี่ยนกรอบคิด (Mindset) เข้าใจบทบาทของผู้จัดการเรียนรู้ยุคใหม่ที่เปลี่ยนไปเนื่องจากเทคโนโลยี  ซึ่งเน้นเป็นผู้แนะนำหรือให้คำปรึกษาการเรียนรู้เป็นสำคัญ  ครูจะปรับเปลี่ยนบทบาทอย่างไร เพราะครูคือ ปัจจัยสำคัญของความสำเร็จของการจัดการเรียนรู้ ที่จะทำให้ผู้เรียนสามารถนำไปใช้ในอนาคตได้ คือ กรอบคิดของครูหรือผู้สอนในการออกแบบจัดการเรียนรู้เพื่ออนาคตของผู้เรียนจึงเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่เพื่อการประเมินผล ให้ได้คะแนนผู้เรียนสำหรับการวัดระดับผลการเรียนในรายวิชาเท่านั้น

รายละเอียดงานมอบหมาย (Assignment) 


    ในรายวิชา การจัดการสารสนเทศเพื่อการศึกษา หลักสูตรครุศาสตรบันฑิต สาขาคอมพิวเตอร์ศึกษา ได้ทดลองออกแบบจัดการเรียนรู้โดยมีเป้าหมายให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าในสถานการณ์ สภาวการณ์การศึกษาของชาติ  มีโอกาสศึกษาข้อมูลและสารสนเทศที่สำคัญด้านการศึกษาจากฐานข้อมูลการศึกษาแห่งชาติ (http://www.mis.moe.go.th/mis2018)  ออกแบบเป็นกิจกรรมมอบหมายงาน (Assignment Activity) ผ่านระบบอีเลิร์นนิ่ง (http://elearning.yru.ac.th) แบ่งกลุ่มหรือทีมศึกษาข้อมูล ทีมละ 4-5 คน  ทำกิจกรรมของกลุ่มนอกห้องเรียน โดยใช้ห้องศึกษาค้นคว้าอิสระที่ศูนย์บรรณสารสนเทศ (ห้องสมุด) จัดให้ มีความพร้อมและสะดวกสบาย ร่วมกันศึกษาข้อมูล เลือกประเด็นที่กลุ่มสนใจ โดยเฉพาะข้อมูลและสารสนเทศการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ (ยะลา นราธิวาส ปัตตานี) วิเคราะห์  สังเคราะห์  และจัดทำสื่อนำเสนอร่วมกันผ่าน Google Application ได้แก่ สไลด์ (Google Slide) นำเสนอ  แชร์สไลด์นำเสนอในชุมชนการเรียนรู้ในรายวิชาที่จัดการด้วย Google+ และบันทึกผลการเรียนรู้ครั้งนี้ใน Web Blog ของตนเอง  โดยให้นำเสนอในห้องเรียน Smart Classroom เพื่อบันทึกกิจกรรมการเรียนรู้เผยแพร่ต่อไป
ตัวอย่างการแชร์กิจกรรมการเรียนรู้ในชุมชนรายวิชาผ่าน Google+
   สำหรับเป้าหมายจากการเรียนรู้ (Leaning Goal) ในกิจกรรมนี้ คือ การฝึกทักษะการทำงานเป็นทีม โดยใช้ Cloud Technolog  ฝึกทักษะการสืบค้น  การรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ สังเคราะห์  การนำเสนอ รวมทั้งทักษะการใช้ภาษาไทย ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของนักศึกษาและบัณฑิตมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เนื่องจากนักศึกษาส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ และใช้ภาษาถิ่นเป็นภาษาสำหรับการสื่อสารในชีวิตประจำวัน แต่เมื่อสำเร็จเป็นบัณฑิต จำเป็นต้องใช้ภาษาไทยเป็นภาษาทางราชการ ซึ่งหากมีปัญหาในการใช้ภาษาไทย ทั้งทักษะการอ่าน การพูด การเขียน ก็อาจจะทำให้ขาดโอกาสในการแข่งขันการสมัครเข้าทำงาน ทั้งในองค์กรภาครัฐและเอกชน  ส่วนการใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้ เน้นเตรียมทักษะสำหรับการประกอบอาชีพในอนาคต ที่ต้องมีความคล่องในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและเรียนรู้ได้ ปรับตัวได้ตลอดเวลา ที่สำคัญในอนาคต ทุกอาชีพจำเป็นต้องใช้ข้อมูลและสารสนเทศ เราจึงต้องการบัณฑิตที่มีทักษะพื้นฐานในการจัดการข้อมูลและสารสนเทศ สามารถค้นหา รวบรวม วิเคราะห์ สังเคราะห์ นำไปประยุกต์ใช้ และสร้างมูลค่าเพิ่มได้  เป็นผู้สร้างมูลค่าได้จากข้อมูลและสารสนเทศจำนวนมากในอินเทอร์เน็ต ไม่ได้เป็นเพียงผู้ใช้สารสนเทศเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
   นอกจากนั้น กระบวนการจัดการเรียนรู้ในกิจกรรมนี้ ยังเป็นแนวทางให้ผู้เรียน นำไปใช้ในวิชาชีพครูได้ในอนาคตอีกด้วย

ตัวอย่างการบันทึกผลการเรียนรู้ผ่านเว็บบล็อกส่วนบุคคลของนักศึกษา

ตัวอย่างการบันทึกผลการเรียนรู้ผ่านเว็บบล็อกส่วนบุคคลของนักศึกษา และผู้สอน (ที่ปรึกษา) ให้ข้อคิดเห็น

วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

เว็บบล็อกผลงานนักศึกษารายวิชา WBI ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561

 การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ที่จะต้องออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติให้มากที่สุด สำหรับแนวทางการส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะการเขียน การนำเสนอ และปลูกฝังความรับผิดชอบในการเรียนรู้ด้วยตนเองสำหรับผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ในยุคปัจจุบันนั้น  เว็บบล็อก (Weblog)  เครื่องมือสำหรับสื่อสังคมออนไลน์ นับว่าเป็นเครื่องมือช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการฝึกฝนทักษะดังกล่าวได้เป็นอย่างดี และเป็นเครื่องมือที่ง่ายต่อการใช้งาน เช่น Google Blogger (https://blogger.com)  การให้ผู้เรียนมีเว็บบล็อก พัฒนา เผยแพร่ และนำเสนอผลงานของตนเอง จะเป็นการสร้างแฟ้มสะสมผลงานของนักศึกษาเองได้อีกด้วย





    จากกรณีศึกษาการจัดการเรียนรู้ในรายวิชา Web-based Instruction: WBI ของนักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาคอมพิวเตอร์ศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ชั้นปีที่ 4 ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 28 คน ซึ่งจากประสบการณ์การสอนในรายวิชาที่ผ่านมาของนักศึกษากลุ่มนี้ พบปัญหาว่า นักศึกษายังจำเป็นต้องเสริมทักษะการเขียนภาษาไทย การนำเสนอ จึงออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ จึงทดองให้นักศึกษาสร้างเว็บบล็อก นำเสนอรูปแบบและตกแต่งให้สวยงาม เหมาะสม กำหนดงานมอบหมายให้สรุปผลการเรียนรู้ทุกครั้งที่ผู้สอนจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ด้วยการเขียน พร้อมภาพประกอบ และสื่ออื่น ๆ โดยไม่จำกัดรูปแบบการนำเสนอ นำเสนอไว้ในเว็บบล็อกของตนเอง และส่งไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในชุมชนการเรียนรู้ของรายวิชาใน Google+

 ชุมชนการเรียนรู้ในรายวิชา WBI


    หลังจากเสร็จสิ้นการจัดการเรียนรู้ในภาคเรียนที่ 1/2561  แล้ว พบว่าผลงานการพัฒนาเว็บบล็อกของนักศึกษาแต่ละคน มีผลการสรุปการเรียนรู้ รวม 12 ครั้ง จากการจัดการเรียนรู้ 16 ครั้ง (ส่วนที่ขาดไปเป็นวันหยุดราชการ) ซึ่งปรากฎผลงานของนักศึกษา ดังนี้ 
  1. นางสาวนูรีดา ยามูสะนอ    https://kalakrungnueng.blogspot.com 
  2. นางสาวฮาซานะห์ มะแซ   https://hasa55.blogspot.com
  3. นายนัสรี แปแนะ  https://crucom004.blogspot.com
  4. นางสาวซาอีด๊ะห์ ตาเยะ  https://405809005saedah.blogspot.com 
  5. นายฟารุก ซิ   https://farukfs.blogspot.com
  6. นางสาวมาณีษา บาสอลอ  http://manisa007.blogspot.com
  7. นางสาวนูรมา ดอมาดา  http://405809009sun.blogspot.com 
  8. นูรอิฮซาน มะแซ  http://405809009sun.blogspot.com
  9. นางสาวอามานี โต๊ะทา  https://anneean.blogspot.com
  10. นางสาวพาตีเมาะ สา  https://wbi405809011.blogspot.com 
  11. นางสาวณัฐติกา เกษตรกาลาม์  https://nuttika12.blogspot.com
  12. นางสาวอัสมานี เฮ็งตา  https://hengta405809014.blogspot.com 
  13. สุไรนีย์ มะเร้ะ  https://portfoliosurainee.blogspot.com
  14. นางสาวฟาอียะห์ โซ๊ะซู   https://fa-e-yah.blogspot.com
  15. นางสาวกูฮูดาห์ รายอลือแมะ  https://kuhuda17.blogspot.com
  16. นางสาวยามีละห์ ยูโซะ  https://yameelah9018.blogspot.com
  17. นางสาวนูรมี มานิ๊   https://ammy58.blogspot.com/
  18. นายมูฮำหมัดฟาอี เจ๊ะโซ๊ะ  http://portfolio405809020.blogspot.com
  19. นางสาวยัสมูน สาและ https://portfolioyasmun.blogspot.co
  20. นายธีรภัทร ปิยะ  https://kru405809022.blogspot.com
  21. มัสลัน โตะ   https://krucomputer023.blogspot.com
  22. นางสาวพุดดือลา เวาะโซะ   https://puddela24.blogspot.com
  23. นางสาวมูนีเราะ สาและ  https://405809025.blogspot.com 
  24. นางสาวนูรูลฟารีซา บินยาโก๊ะ  http://nurulfarisa-b.blogspot.com
  25. นางสาวอัสมีนีย์ หะยียา  https://asmini027.blogspot.com
  26. นายกัรมียะห์ ดาฮา  https://karmeeyah.blogspot.com
  27. นายอารีฟีน มะแอ  https://405809029.blogspot.com
  28. นางสาวซูนิตา เตะโระ  https://ta221900.blogspot.com   



วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561

การสอนด้วยการลงมือปฏิบัติและบูรณาการความรู้ ทักษะกับการทำงานจริง นักศึกษาสาขาคอมพิวเตอร์ศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏยะบา

กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาการสอนผ่านเว็บหรือเว็บช่วยสอน (Web-based Instruction: WBI) ของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาคอมพิวเตอร์ศึกษา (http://sciencey.yru.ac.th/computer)  มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา (http://www.yru.ac.th)  ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 วันนี้รายวิชาจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยมุ่งเน้นการสอนให้ผู้เรียนได้ลงมือทำงานหรือ
ปฏิบัติงานด้วยตนเอง โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-based Instruction: PjBL) และบูรณาการการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาในด้านการจัดการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ โดยเฉพาะการจัดการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ในพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่นักเรียนในพื้นที่นิยมเรียนในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาควบคู่สามัญและเลือกเรียนโปรแกรมวิทยาศาสตร์ แต่ปัญหาสำคัญของโรงเรียนในพื้นที่ คือ ครูวิทยาศาสตร์ ยังขาดทักษะการจัดการเรียนรู้ปฏิบัติการหรือการทดลองในห้องปฏิบัติการ อาจมาจากสาเหตุที่โรงเรียนขาดแคลนห้องปฏิบัติการ อุปกรณ์และวัสดุการทดลอง และที่สำคัญก็คือ บางโรงเรียนอาจมีครูสอนวิทยาศาสตร์ที่ไม่ตรงวุฒิหรือผู้สอนตรงวุฒิแต่ขาดทักษะการสอนการทดลอง ขาดทักษะการใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ที่ทันสมัย เนื่องจากหลักสูตรที่สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีล้าสมัย หลักสูตรไม่ได้มุ่งเน้นการฝึกทักษะการทดลองเป็นรายบุคคล หรือครูผู้สอนบางคนสอนมาเป็นระยะเวลานาน ขาดการอบรม ทบทวนในขั้นตอนหรือวิธีการทดลอง หรือขาดประสบการณ์ในการทดลองบางสาระในเนื้อหาวิชา เป็นต้น
   ปัญหาดังกล่าว ผู้สอนและผู้เรียนในรายวิชา WBI  เห็นความสำคัญของปัญหาร่วมกัน และหาแนวทางที่จะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน (นอกเหนือจากวิธีการอบรม) และเผยแพร่ให้แก่ครูและผู้เรียนที่สนใจพัฒนาทักษะการทำการทดลองในห้องปฏิบัติการ คือ การพัฒนาบทเรียนอีเลิร์นนิ่งสอนการทดลองในห้องปฏิบัติการ ด้วยโปรแกรม eXeLearning (http://www.exelearning.org)  ซึ่งเน้นเนื้อหาเป็นข้อความ ภาพนิ่ง และวิดีทัศน์ โดยเน้นการใช้ "วิธีการสอนแบบสาธิตขั้นตอนการทดลอง" ในวิชาเคมี ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยบูรณาการร่วมกับโรงเรียนในโครงการพัฒนาห้องเรียนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์  (Science and Mathematics Program: SMP) ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ดำเนินการร่วมกับเครือข่ายในพื้นที่ และโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการอีก 9 โรงเรียน (http://smp-blogspot.com) โดยให้ครูผู้สอนในโรงเรียน SMP เป็นครูผู้สอนหรือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหา นักศึกษาในรายวิชา WBI เป็นผู้พัฒนาบทเรียน นักวิทยาศาสตร์ประจำโครงการ SMP เป็นผู้สนับสนุนทีมพัฒนา และมีผู้สอน และคณาจารย์จากสาขาด้านวิทยาศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เป็นที่ปรึกษาโครงงาน

     สำหรับบทเรียนอีเลิร์นนิ่งต้นแบบในการจัดทำครั้งนี้ กำหนดเนื้อหาการทดลองหรือปฏิบัติการในรายวิชา เคมี ระดับชั้นมัธยมศึกษาปี 4  จำนวน 7 เรื่อง โดยใช้หลักสูตรที่ปรับใช้ร่วมกันของโรงเรียนในเครือข่าย SMP ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ รายวิชาเพิ่มเติม เคมีเล่ม ๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔-๖ กลุ่มสามารถการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศีกษาธิการ (สสวท.) โดยจัดทำเนื้อหารวม 7 เรื่อง ดังนี้

     1) เครื่องแก้วและอุปกรณ์ที่ใช้ในห้องปฏิบัติการ
     2) การแยกสายการกลั่นธรรมดา
     3) การละลายของสารประกอบไอออนิกในน้ำ
     4) การเกิดปฏิกิริยาของสายประกอบไอโอนิก
     5) การแยกสารด้วยเทคนิคโครมาโตกราฟี
     6) สมบัติคอลลิเกทีฟของสารละลาย
     7) การแยกสายด้วยกรวยแยก